หน้าแรก การเมือง ไอติม โต้วิปอ...

ไอติม โต้วิปอ้างซ้ำซ้อน เลื่อนคิวประชามติ ยันสภาทำคู่ขนานได้ โยนถามมีเจตนาอะไร?

24.10.23 | 16:03 น.

‘พริษฐ์’ ยัน ไม่เห็นความจำเป็นวิป รบ. จ่อเลื่อนวาระอื่นแทรกคิวญัตติทำประชามติร่าง รธน.ใหม่ ยันไม่ซ้ำซ้อน คกก.รัฐบาล เหตุเป็นกลไกคู่ขนาน ชี้ประชาชนจับตาดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ก.ก. กล่าวถึงมติของวิปรัฐบาลที่จะเลื่อนนำระเบียบวาระอื่นมาแทรกคิวญัตติเดิมที่เรื่องแรกจะเป็นญัตติพิจารณาประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ตนเองและพรรค ก.ก. เป็นผู้เสนอนั้น โดยทางพรรค ก.ก. เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเลื่อนระเบียบวาระอื่นเข้ามาแทรก สามารถดำเนินการตามระเบียบวาระเดิมได้

ส่วนที่วิปรัฐบาลกังวลว่า ญัตติดังกล่าวจะซ้ำซ้อนกับการทำงานของรัฐบาลนั้น ตนไม่ได้มองอย่างนั้น เนื่องจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ ปี 2564 ระบุว่า การเสนอทำประชามติสามารถเสนอได้ผ่าน 3 กลไกคู่ขนานกัน คือรัฐบาลเป็นเริ่มผู้ริเริ่มการดำเนินการ หรือให้ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อ หรือ ส.ส.เป็นผู้เสนอ โดยผ่านความเห็นชอบจากทั้ง 2 สภา

นายพริษฐ์กล่าวว่า ถ้าสามารถดำเนินการตามระเบียบวาระเดิม และเปิดให้มีการอภิปรายในวันที่ 25 ตุลาคมได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะมีจุดยืนอย่างไรก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลทั้งนั้น โดยความเป็นไปได้แรกคือ หากรัฐบาลเห็นตรงกับพรรค ก.ก. ว่าควรเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยประชามติที่มีคำถามตรงไปตรงมา ก็คงใช้เวลาอภิปรายไม่นาน แล้วจึงมีการลงมติ เพราะญัตติดังกล่าวก็เคยถูกเสนอมาแล้วเมื่อสมัยประชุมที่ผ่านมา และสภาก็ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ สอง รัฐบาลอาจยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับคำถามประชามติและวิธีดำเนินการ

ดังนั้น การมีโอกาสอภิปรายในสภาก็น่าจะเป็นการรวบรวมความเห็นที่ดี แม้คณะกรรมการศึกษาการจัดทำประชามติของรัฐบาลมี 30 กว่าคน แต่พื้นที่สภาก็มีประโยชน์ต่อรัฐบาลในการรับฟังความเห็นของผู้ได้รับการเลือกจากประชาชนอย่างแท้จริง สาม รัฐบาลอาจมีจุดยืนเรื่องการทำประชามติที่แตกต่างจากพรรค ก.ก. พรรค ก.ก. ในฐานะฝ่ายค้านก็เหลือเพียงกลไกสภาเพียงช่องทางเดียวเพื่อโน้มน้าวเพื่อนสมาชิกในฝ่ายนิติบัญญัติ

Advertisement

นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ ภาระการพิสูจน์จะอยู่ที่ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล เพราะอย่างแรก ส.ส.ของรัฐบาลต้องเป็นผู้เสนอให้เลื่อนวาระอื่นเข้ามาแทรกคิว ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่า มีเหตุผลความจำเป็นอย่างไรที่ต้องเลื่อนระเบียบวาระ ส่วนเจตนาในการเลื่อนระเบียบวาระของฝ่ายรัฐบาลเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องถามฝ่ายรัฐบาล แต่ทางพรรค ก.ก. ยืนยันว่า ไม่มีความซ้ำซ้อน

นายพริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า คงต้องมีความพยายามหารือกันระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่าย ตามระบบรัฐสภา ถ้าจะมีการลงมติ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นเสียงข้างมาก แต่นอกจากเรื่องตัวเลขแล้ว ประชาชนก็จับตาดูอยู่ว่าผลจะเป็นเช่นไร และมีความสมเหตุสมผลหรือไม่

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง