“ชัยธวัช” โวยถูกเลื่อนลำดับกระทู้ถามสด ซัด “นายกฯ” ไม่ยอมตอบกระทู้ของ “ก้าวไกล” ด้าน ”วิโรจน์” เหน็บ “นายกฯไหนๆ มาแล้ว อย่าหนีสภาเลย ถูกครหาแน่ แต่ “ชัยธวัช” ลั่นไม่ขอถาม ก่อนช็อตฟีล “เศรษฐา” มาถึงห้องประชุมสภาทันที
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา ใน 3 เรื่องคือ 1.การบริหารงานตำรวจ 2.การบริหารจัดการโรงไฟฟ้า และ 3.กระบวนการยุติธรรม ในการพิจารณาคดีทางการเมือง ของ นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถามนายกรัฐมนตรี แต่นายกฯมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบแทน
ทำให้ นายชัยธวัช ลุกขึ้นกล่าวว่า ก่อนตั้งกระทู้ถาม ตนขอหารือว่า เท่าที่ทราบเมื่อเช้า (26 ต.ค.) ตนไปแจ้งต่อประธาน เรื่องกระทู้ถามสด และทราบว่าสมาชิกอีกสองคนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล ได้แจ้งความประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามสดถามนายกฯเช่นกัน แต่ไม่ทราบว่านายกฯจะตอบกระทู้ถามสดของ ส.ส.อีกสองคน แต่ไม่ตอบกระทู้ของตน โดยมอบหมายให้ รมว.ยุติธรรม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นของตนต้องการจะถามเพราะอะไร
“เมื่อวาน (25 ต.ค.) ทางพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อทราบว่า ผมจะตั้งกระทู้ถามสดท่านนายกฯ มีความพยายามมาถามว่าจะถามเรื่องอะไร เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ ผมก็บอกไม่ต้องกังวล ผมไม่ถาม เพราะเรื่องนี้ มีคนถามเยอะแล้ว รอแต่ท่านตอบ ไม่ต้องตอบผม เพื่อให้ความสบายใจ แล้วตอนเย็น (25 ต.ค.) มีข่าวปรากฏว่านายกฯให้สัมภาษณ์ว่า มาตอบกระทู้ในสภาแน่นอน ไม่หนีสภา ก็เป็นที่สบายใจ เมื่อเช้า ผมไปหารือกับประธาน ก็เรียบร้อย ผมยอมถามนายกฯเป็นลำดับสุดท้ายก็ได้ เพื่อให้ต่อเนื่องจากสองกระทู้ก่อนหน้าก็ไม่มีปัญหาอะไร ปรากฏว่าเมื่อกี้นายกฯมาแจ้งว่า นายกฯไม่ประสงค์จะตอบผม มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะตอบแทนได้หรือ เพราะผมจะถามท่านนายกฯในฐานะประธาน ก.ตร. ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ว่ามีนโยบายเรื่องคดีการเมืองอย่างไร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่มีความเหมาะสมที่จะตอบ ฉะนั้น ผมจะไม่ถาม และผมจะนั่งรอท่านนายกฯมาตอบอีกสองกระทู้สด และอยากทราบว่าท่านนายกฯพอจะมีเวลาตอบกระทู้สดของผมหรือไม่” นายชัยธวัชกล่าว
จากนั้น นายอถรรกร ศิริลัทยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า การที่นายชัยธวัช จะถามกระทู้ 3 เรื่อง ตนมีข้อสงสัยว่าการถามกระทู้สดในลักษณะนี้ ไม่แน่ใจว่าสามารถถามได้ในเชิงปฏิบัติหรือไม่ เข้าใจดีว่าในข้อบังคับไม่ได้ระบุไว้การถามกระทู้สดห้ามหาก 3 เรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ในเชิงปฏิบัตินายกฯทุกยุคทุกสมัยสามารถมอบหมายได้ เพราะภาระกิจของนายกฯมีมาก และการถามกระทู้แบบนี้ ถ้าวันนี้มีการถามสามเรื่อง แล้วหลังจากนี้จะเป็นอย่างนี้หรือ ถ้าถาม 2 เรื่องแล้ว นายกฯจะมอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบอย่างไร ถ้าถามเกี่ยวกับสามกระทรวง แล้วจะนำไปปฏิบัติอย่างไร แล้วหากไม่ถามกระทู้จะตกไปหรือไม่
พ.ต.อ.ทวีชี้แจงว่า ได้รับมอบหมายจากนายกฯเมื่อเช้า (26 ต.ค.) ให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้สด และใน ครม.มีรัฐมนตรี 36 คน รวมนายกฯด้วย ในมาตรา 158 เขียนถึงหน้าที่ของรัฐมนตรีว่า มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้น การที่นายกฯมอบให้ตนมาตอบคำถาม แม้จะไม่รู้คำถาม แต่ ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ก็จะชี้แจงตามความเป็นจริงเพื่อให้ได้รับความเข้าใจ
ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตามข้อบังคับข้อที่ 151 ระบุไว้ชัดว่านายกฯหรือรัฐมนตรี ที่ถูกกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ไม่อาจมาตอบกระทู้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภาก่อน หรือในวันประชุมสภา และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ในกรณีที่มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตอบกระทู้จะต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อประธานสภาก่อนถึงระเบียบวาระกระทู้ถาม
“วันนี้ไหนๆ นายกฯก็ให้เกียรติสภา ในเมื่อนายกฯมาแล้วก็อยากให้ตอบกระทู้ให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุจำเป็น รบกวนนายกฯร่างหนังสือตอนนี้เลย แล้วช่วยอ่านเหตุผลที่มิอาจตอบกระทู้ถามของหัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ และผมต้องถามด้วยว่า ในกรณที่อยู่ดีๆ ก็มอบหมายแบบฉับพลันอย่างนี้ นายกฯได้แจ้งเป็นหนังสือต่อประธานสภาก่อนถึงระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วหรือไม่ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับที่ 151 ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ประธานช่วยอ่านหนังสือดังกล่าวด้วย และช่วยตอบด้วยว่าลงเวลาและวันที่เท่าไหร่ วันนี้เป็นวันประชุมวันสุดท้ายแล้ว นายกฯคงฟังผมอยู่ ขอให้มาตอบกระทู้เถอะครับ อย่าหนีสภาเลย เพราะจะเป็นที่ครหาของภาคประชาชน” นายวิโรจน์กล่าว
นายพิเชษฐ์ชี้แจงว่า นายกฯมีหนังสือขอเลื่อนตอบกระทู้มายังสภาแล้ว และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาตอบแทนในกระทู้ของนายชัยธวัช ลงวันที่ 26 ตุลาคม และในเวลา 08.30 น.วันที่ 26 ตุลาคม ผู้ถามกระทู้สดประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ พบว่า 3 กระทู้เข้าเกณฑ์เป็นกระทู้สดได้ และได้รับปากกับนายชัยธวัช ให้อยู่ในลำดับสาม แต่การพิจารณากระทู้ใดจะอยู่ลำดับใด ขึ้นอยู่กับผู้ตอบกระทู้พร้อมหรือมาถึงรัฐสภาหรือไม่ และผู้ถามพร้อมหรือไม่ และเมื่อนายชัยธวัชออกจากห้องประชุม แต่พบว่านายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ แจ้งว่า อยู่ระหว่างเดินทางจากราชบุรีมายังรัฐสภา ทำให้การเรียงลำดับขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องประสานไปยังผู้ถาม และผู้ตอบกระทู้ จึงเป็นที่มาว่ากระทู้แรกเป็นของนายชัยธวัช
“หากนายชัยธวัช ไม่ถามตามข้อบังคับที่ 155 กระทู้ถามนั้นต้องตกไป แล้วจะเป็นกระทู้ถามที่ 2 ทันที แต่ถ้าจะถาม แล้วกระทู้สดข้อต่อมา ถ้านายกฯมาตอบ แล้วมีเวลาอาจย้อนมาตอบกระทู้สดข้อ 1 ได้” นายพิเชษฐ์กล่าว
แต่นายวิโรจน์ไม่ยอม โดยกล่าวว่า ทุกอย่างต้องเดินด้วยข้อบังคับข้อ 151 เมื่อนายกฯถูกตั้งกระทู้ถาม แต่กลับทำหนังสือชี้แจงแค่ว่า มอบให้บุคคลอื่นมาตอบแทน แต่ไม่แจ้งเหตุผลการไม่มาตอบกระทู้ ถ้าไม่พบมีเหตุจำเป็นโดยไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้ ก็ไม่มีเหตุผลจะไม่มาตอบกระทู้ ตราบใดไม่มีเหตุผลจำเป็น จนไม่อาจมาตอบกระทู้สดได้ ถือว่านายกฯทำผิดข้อบังคับ 151 จะปล่อยให้ทำผิดต่อหน้า ส.ส.ไม่ได้
ขณะที่ นายพิเชษฐ์แจงว่า ขอวินิจฉัยว่า นายกฯดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามข้อบังคับแล้ว โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นกล่าวว่า คำวินิจฉัยประธานไม่สอดคล้องข้อบังคับข้อ 151 ว่า การไม่มาตอบกระทู้ด้วยตัวเองทำได้ แต่ต้องบอกเหตุผลจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ชี้แจงมาในหนังสือ แต่นายพิเชษฐ์ตอบกลับว่า ถ้าคิดว่าตนทำไม่ถูกก็ขอให้ดำเนินการไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายพิเชษฐ์พยายามตัดบท ให้มีการดำเนินการประชุมต่อ ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มวุ่นวาย ส.ส.ทั้งสองฝ่ายยกมือประท้วงตอบโต้กันไปมาอยู่หลายนาที ขณะที่นายพิเชษฐ์ก็พยายามตัดบท สอบถามนายชัยธวัชว่าจะถามกระทู้สดหรือไม่ แต่ก็ถูกประท้วงอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดหลังจากถกเถียงกันมานานร่วม 30 นาที นายชัยธวัชจึงแจ้งว่า ไม่ประสงค์จะถามกระทู้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นจึงเข้าสู่กระทู้ถามสดข้อ 2 ที่ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ สอบถามประเด็นภารกิจการเดินทางไปเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยได้ประโยชน์บ้าง ระหว่างนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า ตอนนี้นายกฯกำลังเดินทางมาใกล้ถึงสภาแล้ว จากนั้นอีกไม่ถึง 5 นาที นายกฯได้เดินเข้ามาในห้องประชุมสภา

