เศรษฐา ตอบกระทู้แรก เจอแซวปมถุงเท้า บอกไม่ใส่สิแปลก เจ้าตัวตลกกลับ วันนี้ใส่สีเขียว

“เศรษฐา” แจงกระทู้ถามสด มั่นใจเยือนต่างประเทศหารือการค้าได้ประโยชน์แน่ พร้อมวางแผนช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลเต็มที่ ลั่นให้เกียรติสภาเสมอ

เมื่อเวลา 11.27 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่อง ขอทราบประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการที่นายกรัฐมนตรีไปเยือนต่างประเทศ โดย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถามนายกรัฐมนตรี ว่าช่วงวันที่ 9-21 ตุลาคมที่ผ่านมา นายกฯเดินทางไปพบผู้นำระดับสูงของแต่ละประเทศ โดยได้รับการต้อนรับอย่างดี ผู้นำแต่ละประเทศทราบดีว่านายกฯมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และได้รับเลือกจาก ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งที่มีอยู่ นายกฯประกาศเสมอมาว่าขอเป็นเซลส์แมนออกไปทำการค้าขายให้ประเทศ

จึงอยากรู้ว่าประเทศไทยได้อะไรจากการไปเยือนต่างประเทศของนายกฯ รวมถึงขอชื่นชมนายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เร่งรัดช่วยเหลือคนไทยที่อิสราเอลให้ได้กลับประเทศไทยหลายชุดแล้ว แต่สิ่งที่อยากทราบคือ จะมีการช่วยเหลือแรงงานไทยที่กลับมาอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้แรงงานไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียที่รายได้ทัดเทียมอิสราเอลแต่มีความปลอดภัยมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตั้งกระทู้ถาม นายอัครเดชกล่าวชื่นชมนายกฯ อยู่เป็นระยะ อาทิ เรื่องการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่ดำเนินการได้ถูกต้องรวดเร็ว การให้ความสำคัญกับสภา โดยเดินทางมาตอบกระทู้ พร้อมกับพูดแซวนายกฯด้วยว่า จะไม่ถามว่าวันนี้นายกฯใส่ถุงเท้าสีอะไร เพราะนายกฯใส่ถุงเท้าถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้านายกฯไม่ใส่ถุงเท้าจึงจะถือว่าแปลก

Advertisement

จากนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า วันนี้ใส่เนกไทสีส้มถุงเท้าสีเขียว และยืนยันว่าให้เกียรติสภาเสมอ หากไม่ติดภารกิจจำเป็นจะพยายามมาตอบกระทู้ข้อสงสัยของสมาชิก เพราะถือเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศนั้น ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีการเชื้อเชิญมาลงทุนในประเทศไทย พบปะกันด้วยบรรยากาศที่ดี จากนั้นไปบรูไนมีการพบปะพูดกันกับสมเด็จพระราชาธิบดีบรูไน ในแง่การค้าขายด้วย ทั้งเรื่องการส่งสินค้าเกษตร เรื่องกองทุนความมั่นคงทางอาหารที่เขาอยากมาลงทุนในประเทศไทย

ส่วนที่มาเลเซียมีการหารือเรื่องการค้าชายแดน ที่สิงคโปร์มีการหารือหลายเรื่อง โดยเฉพาะด้านการค้าขายในอนาคต ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การเจรจาเปิดประตูการค้าทางการเกษตร ส่วนที่ซาอุดีอาระเบียมีการพูดคุยเรื่องค้าขายมากขึ้น การให้ทางซาอุฯช่วยเจรจาช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ให้กลับมาด้วยความปลอดภัย ที่สำคัญการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ เราไปประกาศว่าประเทศไทยเปิดแล้ว พร้อมแล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะมาลงทุนที่ประเทศไทย

นายกฯชี้แจงด้วยว่า ส่วนเรื่องที่อิสราเอลเป็นเรื่องที่สะเทือนใจที่เรามีปัญหาในการลำเลียงแรงงานกลับมา ขณะนี้เรานำกลับมาได้ 4,000 คนแล้ว จาก 8,000 คน ซึ่งปัญหาคือเริ่มมีแรงงานที่เปลี่ยนใจไม่อยากกลับ โดยนายจ้างให้เงินเพิ่มทำให้แรงงานหวั่นไหว ตนสะเทือนใจ เพราะสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ปัญหาความยากจน เป็นเรื่องที่รัฐบาลคำนึงตลอด ว่าทำไมเขาต้องไปแลกชีวิตด้วยเงินที่เพิ่มขึ้นโดยอยู่แบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และเราจะใช้แผนซ้อนแผน แม้นายจ้างพยายามยื้อให้ค่าจ้างให้แรงงานไทยอยู่ต่อ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเวลานี้อะไรทำได้ต้องทำก่อน แรงงานไทยที่ไปอยู่บางคนมีหนี้เป็นแสนบาทในการเดินทางไปทำงาน ดังนั้น จะประสานสถาบันการเงินให้สินเชื่อพิเศษแก่แรงงานเหล่านี้ เพื่อเอาเงินนี้ไปใช้หนี้ เพื่อดึงแรงงานกลับประเทศโดยเร็วที่สุด เราพยายามเต็มที่ให้แรงงานไทยกลับมาโดยเร็ว ไม่อยากให้คำนึงเรื่องเงิน เราใช้ทุกวิถีทางให้แรงงานกลับบ้านโดยปลอดภัย และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image