ต้าเหนิง อิน ‘การเมือง’ หลงสเน่ห์ดีเบต ควงโอบนิธิ เล่าชีวิตรั้ว มธ.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ณ ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จัดงาน “Thammasat Open House 2023 : Space of Limitless Education” เปิดบ้านธรรมศาสตร์ ประตูสู่การเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 27-28 ต.ค.2566 เพื่อร่วมเปิดประสบการณ์ ขยายมุมมอง ต่อยอดความเข้าใจ ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิต และสร้างความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย
เวลา 9.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศกิจกรรมวันแรก นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเดินทางมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น ส่งผลให้การจราจรติดขัด ทั้งถนนพหลโยธิน ประตูทางเข้าฝั่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และถนนคลองหลวง ขาออกพหลโยธิน รถเคลื่อนตัวได้ช้า ทำให้รถติดสะสมจำนวนมาก จนถึงพื้นที่ตำบลคลองสาม ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านจราจร รอบมหาวิทยาลัย ซึ่งประมาณการณ์ผู้ลงทะเบียนร่วมงานรวมกว่าแสนคน
ต่อมาเวลา 10.00 น. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน “Thammasat Open House 2023 : Space of Limitless Education” เปิดบ้านธรรมศาสตร์ ประตูสู่การเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ครั้งนี้
โดยเวลา 15.35 น. เริ่มการเสวนาในหัวข้อ แชร์เคล็ดลับเรียนให้สุด สนุกทุกกิจกรรมที่ธรรมศาสตร์ นำโดยนักแสดงและศิลปินรุ่นใหม่อาทิ นายโอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ หรือโอบ ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ และ น.ส.กัญญาวีร์ สองเมือง หรือต้าเหนิง ศิษย์เก่าวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
ในช่วงหนึ่งของการเสวนา นายโอบนิธิ หรือโอบ กล่าวว่า ตอนแรกเราก็พยายามเรียนให้ได้เกรด A เหมือนกัน แต่ว่าความพยายามมันมีที่สิ้นสุด หมายถึงว่า เราต้องมีการแบ่งเวลาที่ดี
“เรารู้สึกว่าเราเป็นรองจากคนอื่น เราต้องทำงานไปด้วย พอมาเรียนเราก็มาได้ความรู้ ได้เกรดด้วย แต่เราไม่ถึงขั้นที่ต้องคาดหวังว่าจะต้อง A หรือ B+ ทุกตัว แต่เราก็พยายามทำให้ได้มากที่สุด เท่าที่เราจะทำได้“ นายโอบนิธิเผย
นายโอบนิธิกล่าวว่า สำหรับเรื่องแบ่งเวลา ถ้าเราไปเรียนเราก็จะเข้าเรียนให้มากที่สุด คือ วันไหนที่เราต้องไปทำงาน ถ้ามันลาเรียนไม่ได้จริงๆ แล้วต้องไปทำงาน แต่เราจะมีเพื่อนดีๆ นำทางเราไปในทางที่ดี
“เพื่อนจะคอยอัดเทปมาให้ สรุปเลคเชอร์มาให้ แล้วพอตอนกลางคืน เราก็มานั่งทบทวน เพราะสุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง เพื่อนมีส่วนทำให้เราเรียนได้ดีขึ้น ด้วยความที่คณะโอบไม่เข้าเรียนไม่ได้ ส่วนใหญ่ความรู้จะอยู่ในห้องเรียนหมดเลย แต่เพื่อนรอบข้างก็คอยช่วยตรงนี้” นายโอบนิธิเผย
นายโอบนิธิกล่าวว่า ส่วนตัวชอบเรียนวิชานอกคณะมากกว่า โอบเลือกโท ซึ่งเรียนเป็นวิชาเสรีนอกคณะ ชอบลงเรียนวิชาของคณะ วารสารศาสตร์ วิทยุโทรทัศน์ วิชาโฆษณา ได้ไปเรียนไปทำนู่นทำนี่นอกคณะ อย่างเพื่อนโอบเรียนจบเศรษฐศาสตร์มา แต่เขาไม่ได้ทำตรงสายในวงการเศรษฐศาสตร์อย่างเดียว แต่เรียนไปแตกแขนง ทำบริษัทเอเยนซี่สื่อ ซึ่งเศรษฐศาสตร์เป็นตัวกลาง ที่เอาไปผสมผสานวิชาต่างๆ มากมาย
“โอบเคยเรียนวิชาถ่ายภาพ ตอนแรกอยากเรียนต่อยอดเป็นวิชาโทไปเลย แต่หลังจากลงเรียนไปล้ม โอบต้องไปถ่ายรูปทุก 2 อาทิตย์ แต่เราไม่มีเวลาขนาดนั้น เลยต้องเรียนเป็นวิชาเสรีทั่วไปแทน แล้วก็ไปลงวิชาวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งตอนนี้มีการเพิ่มการเรียนสื่อดิจิทัลไปแล้วด้วย” นายโอบนิธิกล่าว
นายโอบนิธิกล่าวอีกว่า เราชอบเรียนที่นี่ เพราะรู้สึกว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวก ค่อนข้างครบเกือบทุกอย่าง เราสามารถไปใช้บริการสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ได้
“เรื่องตลก คือ พอเวลาเราจบออกไปแล้วทุกอย่างมักจะดีขึ้น อย่างหอสมุดป๋วยมาตอนโอบจะออกละนะ ที่เขามีตึกอลังการงานสร้าง เปิด 24 ชั่วโมงให้นักศึกษาช่วงสอบ ตอนนี้มีสิ่งอำนายความสะดวกมากมายให้นักศึกษาใช้ เป็นส่วนหนึ่งที่ชื่นชอบ
อย่างความประทับใจ ตอนปี 1 เราตื่นเต้นกับห้องดูหนังมาก คือ เราชอบดูหนัง พอเราเรียนมัธยมเราไม่ค่อยมีโอกาสดูเท่าไหร่ มันไม่ใช่การฉายโปรเจ็กเตอร์ดูนะ แต่พอเราได้มาใช้บริการที่ห้องสมุด เรามาห้องดูหนัง ได้ใช้กับเพื่อน มาใช้เวลาด้วยกัน แล้วก็นั่งรถ NGV ทั่วมหาลัย” นายโอบนิธิเผย
นายโอบนิธิกล่าวว่า อยากเติมไฟ ส่งกำลังใจให้กำลังใจน้อง ม.6 เด็กรุ่น 67 ซึ่งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถือว่าเป็นอีกสเต็ปหนึ่งของชีวิต สำหรับใครที่เจอสิ่งที่ตัวเองชอบก็ยินดีด้วย ขอให้ทำต่อไป
“ส่วนใครที่ยังไม่ได้เจอสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็ลองค้นหามันต่อไปเรื่อยๆ เพราะจริงๆแล้วมันอาจจะไม่ได้เจอในวันนี้ วันพรุ่งนี้ 1-2 เดือนข้างหน้า มันไม่เป็นไรถ้าเราสอบเข้ามาได้แล้ว บางครั้งมันอยากจะเปลี่ยนใจ มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นลองหาสิ่งที่ตัวเองชอบลองดูก่อน แล้วก็สู้ๆ ไม่ว่าจะเป็นโอบ ต้าเหนิง คนรอบตัว เพื่อน คนที่บ้าน เป็นกำลังใจให้ทุกคน แล้วก็อย่าลืมพักผ่อนด้วย ไปหาอะไรที่สบายใจทำและมีความสุขด้วย อย่าเครียดกับการอ่านหนังสือมากเกินไป ก็เป็นกำลังใจให้น้องทุกคน” นายโอบนิธิกล่าว
ขณะที่ นางสาวกัญญาวีร์ หรือต้าเหนิง กล่าวว่า ตอนเรียนปีแรกๆ พยายามเก็บเกรด A แต่ช่วงหลังก็ปล่อยแล้ว เอาแค่ผ่านก็พอ เน้นเรียนสนุก ได้เจอเพื่อนบ้าง
“เราพอเรียนแล้วทำงานไปด้วย เวลาเราก็จะน้อย เราเลยพยายามจะไม่เครียด เอาที่ผ่าน เอาตัวรอดได้ และมีเวลาเล่นกับเพื่อนบ้าง เรียกว่าเราไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองขนาดนั้น เรียนไปบ้าง สนุกบ้าง” น.ส.กัญญาวีร์เผย
น.ส.กัญญาวีร์กล่าวว่า ตอนแรกตนเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ แต่ซิ่วมาเรียนวิทยาลัยสหวิทยาการ
“ช่วงที่เรียนเป็นช่วงที่ถ่ายซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ก็ต้องบินไปเมืองนอกตลอด แต่พัสตราภรณ์ เราต้องเข้าเรียนตลอด มีการดรอวร่างแบบตลอด ทำให้เราต้องตัดสินใจซิ่วไปเรียนการเมือง
การเมืองก็ชอบเหมือนกัน มีการดีเบตต่างๆ ในห้องเรียน อัพเดตข่าวสารต่างๆ ปกติก็จะไม่รับงานในวันที่มีเรียนคลาสสำคัญ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็จะมีเพื่อนคอยช่วย เขียนเลคเชอร์สรุปให้ เรามาตามฟังเทปที่อัดเอา” น.ส.กัญญาวีร์เผย
น.ส.กัญญาวีร์กล่าวว่า ตอนมัธยมเราชอบเรียนหนังสือมาก ตอนสอบเข้าก็คิดว่าเราจะเรียนอะไร ก็มีอะไรให้เลือกหลากหลายอย่าง พอเราจะเข้ามหาลัยแล้ว เราไม่รู้หรอกว่าที่จริงแล้วเราอยากเรียนอะไร
“เราไม่รู้ว่าเรียนแล้วเอาไปใช้อะไรได้ ไม่รู้อะไรเลยว่า การเรียนในมหาลัยเป็นอย่างไร เราก็ลองคณะที่อยากเรียนที่สุดไว้ก่อน ถ้าไม่ชอบก็ค่อยซิ่ว จริงๆ การซิ่วไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนวิชาโปรด จริงๆ พอซิ่วมาเรียนวิทยาลัยสหวิทยาการ เราชอบการเมืองที่เป็นการดีเบตกัน เขาจะแบ่งแนวคิดเป็น 2 ฝั่ง แล้วให้เรามาถกเถียงกัน วิชานี้มีตั้งแต่ปี 1 เลย” น.ส.กัญญาวีร์เผย
น.ส.กัญญาวีร์กล่าวว่า สถานที่ในมหาวิทยาลัยที่เราประทับใจ คือ เราชอบอยู่โรงอาหารไม่ว่ารังสิต หรือท่าพระจันทร์ จะอยู่โซนอาหารตลอด ไม่ค่อยอยู่โซนห้องเรียน
“อย่างเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มาถ่ายหนังที่นี่ ก็แวะมากินยำมาม่า ร้านยูป้า ต้องใส่เครื่องหมูสับ ไส้กรอก กุ้ง แล้วรสชาติต้องหวาน เค็ม เป็นสิ่งที่ชอบสำหรับตอนเรียนมหาลัย แพชชั่น คือ อาหาร” น.ส.กัญญาวีร์เผย
น.ส.กัญญาวีร์กล่าวว่า อีกไม่กี่เดือนน้อง ม.6 ต้องสอบแล้ว ร่างกายเราต้องการพักผ่อนและอาหารที่ดี อย่าเครียดมาก เราอ่านประมาณหนึ่ง ออกไปใช้ชีวิตแล้วค่อยกลับมาอ่าน
“ถ้าเกิดวันที่เราสอบ แล้วเราพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองเราก็จะช้าลง ทุกอย่างก็จะยากขึ้น นอกจากอ่านหนังสือแล้วก็อย่าลืมพักผ่อน แล้วทานอาหารอร่อยๆ” น.ส.กัญญาวีร์กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า งาน “Thammasat Open House 2023 : Space of Limitless Education” เปิดบ้านธรรมศาสตร์ ประตูสู่การเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด จัดกิจกรรมอัดแน่นตลอด 2 วันเต็ม
อักทั้ง กิจกรรมพรุ่งนี้ยังคงอัดแน่น โดยวันเสาร์ที่ 28 ต.ค.2566 มีเวทีเสวนาน่าสนใจ หัวข้อ Future Education : ทิศทางการศึกษาแห่งอนาคต ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ในเวลา 11.00-12.00 น. การเสวนาหัวข้อ แชร์เคล็ดลับเรียนให้สุด สนุกทุกกิจกรรม ในรั้วธรรมศาสตร์
เวลา 13.10-14.10 น. และการเสวนาหัวข้อ INCLUSIVE SOCIETY : แตกต่างอย่างเท่าเทียม สู่สังคมเพื่อคนทั้งมวล ในเวลา 14.10-14.50 น. ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมเวทีพร้อมกับกิจกรรมการแสดงต่างๆ ที่เข้ามาร่วมสร้างสีสันตลอดทั้งวัน เป็นต้น

