ที่ประชุม สนช.เตรียมพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 สามวาระรวดในการประชุมเช้านี้
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. วันนี้ (13 มกราคม) เริ่มเวลา 10.00 น. โดยมีวาระพิจารณาเรื่องด่วนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่คณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นผู้เสนอ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อร่วมกันพิจารณาใน 3 วาระรวดให้สามารถขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ทูลเกล้าฯ ไปแล้วมาแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามที่สำนักราชเลขาธิการแจ้งมาเท่านั้น แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายใหม่ภายในเวลาที่กำหนด
สำหรับการลงมติในวาระ 1 เป็นขั้นรับหลักการ และวาระ 3 ในการพิจารณาทั้งฉบับ จะใช้วิธีการขานชื่อสมาชิกเป็นรายบุคคล ส่วนวาระ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณารายละเอียดแต่ละมาตรา หากมีการแก้ไขถ้อยคำจะใช้วิธีการลงมติด้วยเครื่องลงคะแนนตามปกติ
ทั้งนี้ ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มี 2 ประเด็นสำคัญ โดยประเด็นแรกคือการเพิ่มความในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ว่า
“ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง”
ส่วนประเด็นที่ 2 ให้ยกเลิกความในวรรคสิบเอ็ดของมาตรา 39/1 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตามวรรคเก้าประกอบกับวรรคสิบแล้ว หากมีกรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใดภายในเก้าสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น และแก้ไขเพิ่มเติมคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน
แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับพระราชทานคืนมาตามที่ขอ
เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมและพระราชทานคืนมา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันที่นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป”
โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึงความจำเป็นแก้ไข รธน.ชั่วคราวเพื่อแก้ รธน.ฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามข้อสังเกตที่พระองค์พระราชทานเท่านั้น โดยยืนยันไม่ได้แก้เรื่องอื่น

