หน้าแรก การเมือง เจ้าสัวประทีป...

เจ้าสัวประทีป เขียนถึง ‘เศรษฐา’ ย้ำดิจิทัล วอลเล็ต ต้องแจก ‘ถ้วนหน้า’ เว้นเศรษฐี

30.10.23 | 11:16 น.

เจ้าสัวประทีป เขียนถึง ‘เศรษฐา’ ย้ำดิจิทัล วอลเล็ต ต้องแจก ‘ถ้วนหน้า’ เว้นเศรษฐี

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายประทีป วัชรโชคเกษม นักธุรกิจด้านยานยนต์ อดีตที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แบบ ‘ถ้วนหน้า’ รวมถึงนำเสนอแนวคิดต่างๆ

รายละเอียด ดังนี้

เรียน ท่านนายกฯเศรษฐาและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

เรื่อง กำหนดนโยบายการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 560,000 ล้านบาท เปลี่ยนเป็น ดิจิทัล ‘บาท s’ และใช้จ่ายผ่านโดยการสแกน QR code เพื่อใช้แทนเงินสดอย่างถาวรในประเทศไทยที่สามารถใช้แทนเงินสด ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

Advertisement

การแจกเงินดิจิทัลให้ประชาชน เพื่อใช้จ่ายภายใน 6 เดือน ให้มีผลทางกฎหมาย ใช้หนี้ได้ตามกฎหมายอย่างถาวรในตลาดการเงินระบบภาษีสำรองเงินตรางบประมาณ ใช้แทนเงินสด และใช้หมุนเวียนในตลาดการเงิน สามารถตรวจสอบได้

1.การมีเงินได้ และใช้เงินสดปัจจุบันนี้ ประชาชนเก็บเงินสดไว้ในบ้านจำนวนมาก ทำให้ไม่เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และธุรกิจ ที่หลบเลี่ยงภาษี ซื้อและขายมีจำนวนมาก ไม่เกิดความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ

2.การซื้อขายเงินสดโดยไม่ผ่านระบบภาษี ทำให้รัฐบาลไม่ได้ภาษี และไม่ได้สร้าง จีดีพี ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อประเทศ ธุรกิจสีเทาพนัน ซื้อขายนอกระบบ พวกนำเข้าไม่ผ่านระบบแล้วมาขายนอกตลาดโดยไม่เข้าระบบเสียภาษีให้ถูกต้อง เป็นต้น ทำให้รัฐเสียหาย จัดเก็บภาษีได้ไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง

ดังนั้น ‘บาท s’ คือ เงินดิจิทัลที่นำมาใช้แทนเงินสด จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจและจีดีพี การจัดเก็บภาษี ให้ประชาชนทุกคนเข้าสู่ระบบทุกธุรกิจอาชีพ สร้างความเป็นธรรมต่อสังคม เศรษฐกิจมั่นคง

การที่รัฐบาลจะแจกเป็น 3 ระดับนั้น ควรแจกให้ประชาชน ที่มีรายได้ 60,000 บาท ด้วย เพราะคนระดับนี้จะเป็นคนที่เดือดร้อนมากที่สุด เพราะจะอยู่ในช่วงที่เป็นหัวหน้าครอบครัว มีภาระดูและบุตรธิดา การศึกษา ผ่อนบ้านผ่อนรถ ดูแลพ่อแม่ สูงอายุ เจ็บป่วย และเป็นบุคคล ที่มีค่าใช้จ่าย และเป็นข้าราชการทหารตำรวจครู อื่นมากมาย เป็นผู้ใช้จ่ายในระบบภาษี

โครงการทั่วหน้านั้นดีอยู่แล้ว ตัดเฉพาะเศรษฐี กลุ่มซื้อขายหลักทรัพย์ก็ล้านคน เจ้าของกิจการกลุ่มที่ไปอยู่ต่างแดนถาวร ส่วนที่เหลือควรให้ทั่วหน้า

เมื่อมีผู้คัดค้านต่อต้าน ก็ให้คณะกรรมการกฤษฎีกา และออกพระราชกำหนด เพื่อความปลอดภัย ในอนาคตของคณะกรรมการ ผู้รับผิดชอบทั้งหมด และควรเลยเดือนพฤษภาคม ปี’67

ประทีป วัชรโชคเกษม