กมธ.อว.จับตาโครงการ ‘ซินโครตรอน’ งบกว่าหมื่นล้าน เรียก ผอ.แจง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กมธ.อว.) สภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือไปยัง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงชินโครตรอน (องค์การมหาชน) เข้าชี้แจงกรณี อว.จะเสนอ โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่งบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
นายฐากรกล่าวว่า เพื่อให้โครงการดังกล่าวได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ กมธ.จึงทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ขอให้ผู้อำนวยการสถาบันเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการเพื่อชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงชินโครตรอนฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น.
“โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนฯ ผมเห็นว่าหากมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบนิเวศทางวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ จะมีผลต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และคุ้มค่างบประมาณ” นายฐากรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ระดับพลังงาน 3 พันล้านอิเล็กตรอนโวลต์ หรือ GeV (Gigaelectron Volt) ซึ่งจะเป็นเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน เครื่องที่ 2 ของประเทศไทย มีแผนตั้งอยู่ในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) จ.ระยอง วัตถุประสงค์เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางวิจัยด้านเทคโนโลยีซินโครตรอนชั้นแนวหน้าในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิกในอนาคต ปัจจุบันสถานะโครงการอยู่ในระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ งบประมาณ และคาดว่าจะเปิดให้บริการแสงซินโครตรอนให้แก่ภาครัฐและเอกชนได้ภายในปี 2577
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ อว.ได้ระบุถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องที่ 2 เช่น นวัตกรรมการเกษตร อาหารและสมุนไพร สิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ชีวการแพทย์ เวชสำอางและสุขภาพ มรดกทางวัฒนธรรมและโบราณคดี เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ วัสดุสำหรับการบินและอวกาศจะช่วยให้นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ของประเทศสามารถวิจัยได้เชิงลึกและหลากหลายมากยิ่งขึ้น และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมใหม่กว่า 57,000 ล้านบาท
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

