‘เศรษฐา’ ถกลาวหนุน ‘แลนด์ลิงก์’ บูมค้า-โลจิสติกส์ ‘กุนซือนายก’ ขึ้นเวทีวุฒิฯชี้แจกเงินดิจิทัลกันยา67
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่นนครหลวงเวียงจันทน์) ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และการหารือเต็มคณะร่วมกับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว โดยทั้งสองต่างร่วมแสดงความยินดีที่ได้พบกันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือให้ใกล้ชิดกัน โอกาสนี้ ยังหารือประเด็นความร่วมมือที่สำคัญเริ่มจากด้านการค้า
นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมโยง สนับสนุนนโยบายรัฐบาล สปป.ลาว ที่ต้องการเปลี่ยนประเทศจาก Land-locked เป็น Land-linked และพร้อมสานต่อการทำงานร่วมกับ สปป.ลาว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งระหว่างสองประเทศ สำหรับความเชื่อมโยงทางระบบราง นายกฯขอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งรัดการหารือรายละเอียดเพื่อเริ่มก่อสร้างสะพานสำหรับรถไฟข้ามแม่น้ำโขง (หนองคาย-เวียงจันทน์) โดยไทยพร้อมสนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ นอกจากนี้ นายกฯขอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งรัดการจัดทำกรอบความตกลงเพื่อเริ่มเดินรถไฟระหว่างสถานีท่านาแล้งมาถึงสถานีรถไฟเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ได้ในต้นปีหน้า เพื่อส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
“สำหรับความเชื่อมโยงทางถนนและสะพาน ยินดีที่หลายโครงการคืบหน้า ทั้งโครงการสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) โครงการสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี-สาละวัน) รวมถึงโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 12 (นครพนม/ท่าแขก แขวงคำม่วน-นาเพ้า แขวงบอลิคำไซ/จาลอ จังหวัดกว่างบิงห์ เวียดนาม) เพื่อช่วยส่งเสริมการขนส่งระหว่างไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม-จีน ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตามแนวเส้นทางนี้ ขณะที่การขนส่งและโลจิสติกส์ในด้านราง ขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่ง” นายกฯกล่าว
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ร่วมกับ กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และ กมธ.วิชาการของวุฒิสภา จัดเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหัวข้อนานาทัศนะกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท : เป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้มีหลายอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน เช่น การให้สิทธิประชาชน 56 ล้านคน หลายฝ่ายเห็นว่าไม่ควรแจกคนรวย เพราะการให้เงินคนรวยไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น ตัวเลขประชาชนที่ได้สิทธิจะเหลือกว่า 40 ล้านคน ยังไม่รวมผู้ที่ไม่มาลงทะเบียนอีก โครงการดังกล่าวจะใช้เงินจากงบประมาณ แต่คงไม่ถึง 500,000 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติจากสภา คาดเริ่มใช้เดือนกันยายน 2567 ผ่านเป๋าตัง
“งบประมาณดังกล่าวจะล่าช้า ไม่น่าจะทันในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 แต่สามารถใช้ได้ในช่วงเดือนกันยายน ขณะเดียวกันน่าจะมีการเร่งดำเนินการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและแล้วเสร็จเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ การแจกเงินอาจจะได้ไม่พร้อมกัน และอาจจะได้ใช้เงินในช่วงที่มีวันหยุด เช่น ปีใหม่ หรือสงกรานต์ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว และเชื่อว่า 90% น่าจะกลับไปใช้แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เนื่องจากการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลานานและยุ่งยาก” นายพิชัยกล่าว

