‘ไผ่-ตะวัน’ ร่วมรำลึกลุงนวมทอง ชี้ การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากคน ‘ตัวเล็ก’
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เนื่องในวาระครบรอบ 17 ปี การเสียชีวิตของ นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ผู้กระทำอัตวิบาตกรรมด้วยการขับรถแท็กซี่ชนรถถัง เพื่อประท้วงการทำรัฐประหาร ปี 2549 ก่อนผูกคอปลิดชีพตนเองหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549
เมื่อเวลา 14.50 น. น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวรำลึกถึงนายนวมทองว่า ‘ลุงนวมทอง’ เป็นคนที่ตนก็เคารพมาก เพราะยอมพลีชีพตัวเองเพื่ออุดมการณ์
“อุดมการณ์เป็นเหมือนตัวชี้วัดหนึ่งที่บ่งบอกว่าเราจะไม่มีวันแพ้แน่นอน เราไม่ได้มีเงินเยอะ เราไม่ได้มีอำนาจเราไม่ได้มีอาวุธไปสู้กับเขา แต่ตราบใดที่ยังมีอุดมการณ์อยู่ ก็ยังรู้สึกว่าไม่มีวันแพ้แน่นอน แม้ไม่รู้ว่าเราจะชนะไหม แต่อย่างไรเราก็ไม่แพ้ เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีคนอย่างลุงนวมทองแค่คนเดียว แต่ยังมีอีกมากมายที่ยอมที่พลีชีพแบบลุงนวมทอง” น.ส.ทานตะวัน กล่าว
น.ส.ทานตะวัน กล่าวต่อไปว่า เราเดินทางกันมาค่อนข้างไกล บนถนนเส้นที่เราเดินมาอาจจะมีผู้คนมากมายที่ตกหล่นระหว่างทางบ้าง ขายอุดมการณ์กันไปบ้าง แต่ปริมาณไม่ได้สำคัญเท่าคุณภาพ
“ณ วันนี้ยังมีคนที่มีอุดมการณ์จริงๆ พร้อมสู้จริงๆ ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรใดทั้งสิ้น ยังอยู่ตรงนี้และคิดเสมอ ว่ายังไงเราก็ไม่แพ้หนูเชื่อในพลังของคนตัวเล็กมาเสมอแล้วหนูก็พูดอย่างนี้มาตลอดหนูเชื่อว่าคนตัวเล็กสามารถทำอะไรได้มากมายเลย
ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจอะไรมันไม่จำเป็นต้องมี ยศถาบรรดาศักดิ์อะไรใดทั้งสิ้นด้วยซ้ำคุณสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมนี้คุณชอบอะไร วาดรูปแต่งเพลงทำกราฟฟิกทุกอย่างมันสามารถนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงได้หมดเลย คุณสามารถเอามาใช้กับการเมืองเอามาสร้างความเปลี่ยนแปลงคุณทำกราฟฟิคทำให้คนรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นไงเกิดอะไรขึ้นบ้างคุณแต่งเพลงให้คนฟังให้คนเข้าใจสถานการณ์ในเมืองไทยตอนนี้ทุกอย่างมันเป็นเครื่องมือที่ที่คุณสามารถนำมาใช้ได้หมด
โดยคุณไม่จำเป็นต้องมีเงินจำนวนมากถือว่าคุณไม่จำเป็นต้องมียกตำแหน่งอะไรขนาดนั้นเพราะฉะนั้นหนูขอยืนยันในตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่าจงเชื่อในพลังของตัวเองจงเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ”น.ส.ทานตะวัน กล่าว
ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า แม้จะผ่านมา 17 ปี เผด็จการยังอยู่ อยู่ตามรัฐธรรมนูญ รัฐสภาสภา องค์กรอิสระต่างๆ แต่ความคิดการต่อสู้ของลุงนวมทองก็ยังอยู่ในกระแสประชาธิปไตย
“17 ปีแล้ว ลุงนวมทองไม่ได้หายไปไหน แต่ปักหลักความคิดประชาธิปไตย ทำให้เกิดนักต่อสู้อีกหลายคน หลายรุ่น
มาถึงวันนี้ก็ยังเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาชน กับเผด็จการ วันนี้การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป และมีคนร่วมต่อสู้กันมากขึ้น มีคนบอกว่าเมื่อเทียบกับ 17 ปีทีแล้วสังคมเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ตอนนี้มีคนรุ่นใหม่ สนใจเรื่องสังคมคนออกมาต่อสู้มากขึ้น” นายจตุภัทร์เผย
นายจตุภัทร์กล่าวว่า ตัวชี้วัดเห็นได้จากการเลือกตั้ง และการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการต่อสู้ของคนธรรมดาที่คิดอย่างนี้ วันนี้มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของคนธรรมดาทุกคน และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมันยังไม่จบแค่นี้ ทั้งสองฝ่ายยังต่อสู้กันอยู่
“วันนี้เราได้มาอยู่กันที่นี่ เรายังเห็นที่จัดงานที่นี่ยังเป็นแบบนี้ ผมเคยไปต่างประเทศ เขาจะให้ความสำคัญกับคุณค่าการต่อสู้ของประชาชน จะสร้างอนุสาวรีย์ต่างๆ ขณะเดียวกันเรามางานรำลึกนี้ เราลองดูสิว่า สถานที่นี้ยังเป็นแบบทุกวันนี้
แม้วันนี้สัญลักษณ์การต่อสู้ทางการเมืองจะโดนทำลายไป แต่ความคิดและการต่อสู้ยังอยู่ ต่อไปในอนาคต รัฐควรให้ความสำคัญ และเพื่อเคารพการต่อสู้ของคนธรรมดา” นายจตุภัทร์เผย
นายจตุภัทร์กล่าวว่า ตนหวังว่าวันหนึ่งการที่เรามาจัดรำลึกลุงนวมทอง จะถูกให้สมคุณค่าและสร้างที่เรียนรู้ จัดรำลึกให้สมเกียรติ กับสิ่งที่ลุงนวมทองฝากไว้ให้กับเราทุกคน เพื่อขอให้กำลังใจครอบครัว และทุกคนที่ยังต่อสู้กันอยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่ถึงฝั่งฝัน แต่คนร่วมทางกับเรามากขึ้นเรื่อยๆ
“รัฐธรรมนูญเป็นหมุดหมาย ที่แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะนทร์โอชา จะออกไปแล้ว แต่อำนาจยังอยู่ ขั้นต่อไป คือ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สิ่งที่คนธรรมดาได้ต่อสู้ถูกบันทึกไว้ สร้างคุณูประการให้คนรุ่นหลัง เป็นตัวอย่างให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตต่อไป ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานรำลึกทุกปี
“อยากชวนทุกคนให้รู้จักลุงนวมทอง ที่แม้จะจากไปแล้ว แต่อุดมการณ์และความคิด มันยังถูกส่งต่อให้พวกเรา และเป็นภารกิจให้พวกเราสานต่อ จนกว่าประเทศนี้จะประชาธิปไตย และอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน” นายจตุภัทร์กล่าวทิ้งท้าย

