หน้าแรก การเมือง ส.ส.ก้าวไกล ช...

ส.ส.ก้าวไกล ชี้ยุบไม่ยุบกอ.รมน. ถกเถียงกันได้ แต่นายกฯ ควรเปิดพื้นที่ เซ็นรับรองให้เข้าสภา 

31.10.23 | 23:12 น.

รอมฎอน ส.ส.ก้าวไกล ชี้ยุบไม่ยุบกอ.รมน. ถกเถียงกันได้ แต่นายกฯ ควรเปิดพื้นที่ เซ็นรับรองให้เข้าสภา 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิก พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือ ร่างกฎหมาย กอ.รมน. ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายยุบกอ.รมน. โดยมีเนื้อหาดังนี้

นายกฯ เศรษฐาระบุว่า หากจะดันกฎหมาย ยุบกอ.รมน. จะต้องเข็น กันเอาเอง แต่การเข็นขึ้นหรือไม่ขึ้นนั้นตอนนี้อยู่ในมือของนายกฯ ที่ชื่อเศรษฐาเองนะครับ ร่าง พ.ร.บ.ยุบ กอ.รมน. นั้นถูกประธานสภาฯ ตีความว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 นายกรัฐมนตรี จะต้องใช้ดุลพินิจให้ คำรับรอง ต่อร่างกฎหมายโดยเปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายและถกเถียงกัน

การตัดสินใจเรื่องนี้ ของเศรษฐาในโมเมนต์นี้ จึงสำคัญมากกว่า คำให้สัมภาษณ์หรือคำแถลงใดๆ การจะ ยุบไม่ยุบ กอ.รมน. นั้นอาจเห็นแตกต่างกันได้ แต่ละพรรคการเมืองก็มีนโยบายแตกต่างกัน แต่การเปิดโอกาสให้มีการให้เหตุผลโต้แย้งกันอย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ควรกระทำครับ

ผมคิดว่า ท่านนายกฯ ไม่ควรต้องกังวลใจหรือหวั่นเกรงต่ออำนาจและอิทธิพลใด ๆ เพราะอย่างน้อย ๆ คะแนนโหวตในสภานั้นจะเป็นตัวตัดสินครับ

Advertisement

แต่ถ้านายกฯ เศรษฐาตัดสินใจตัดตอนโดยการไม่ให้คำรับรอง ตามความเห็นของ กอ.รมน. ที่เสนอมาเป็นการภายในนั้น ภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีพลเรือนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพจะโดดเด่นเห็นชัดมากยิ่งขึ้น โจทย์ใหญ่่ยังตกอยู่กับพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลหลายพรรคที่สมาชิกพรรคอาจมีท่าทีแตกต่างกันเกี่ยวกับสถานะของ กอ.รมน.

อย่างน้อย ๆ ก็ประธานวิปรัฐบาลที่ออกตัวชัดเจนว่าจำเป็นต้องโละทิ้งองค์กรที่เป็นรัฐซ้อนรัฐอันเป็นมรดกของสงครามเย็น การยุบ กอ.รมน.ถือเป็น “ให้เกียรติทหาร คืนกลับสู่กรม กอง คืนทหารให้ทหาร คืนเสรีภาพให้ประชาชน คืนอำนาจให้หน่วยราชการ”

คำถามโต ๆ ยังปะทะไปยังพรรคประชาชาติ ที่มีฐานเสียงสำคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะมีจุดยืนอย่างไร ชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความขัดแย้งที่เป็นทั้งจุดกำเนิดและฐานที่มั่นสำคัญของ กอ.รมน.ในเวอร์ชั่นที่เราเห็นในทุกวันนี้ สิบกว่าปีมานี้และโดยเฉพาะหลังการรัฐประหาร งบประมาณและอำนาจที่ขยายตัวมากขึ้นของกองทัพในนามของ กอ.รมน.ได้สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ที่สำคัญ แนวทางของ กอ.รมน. ยังได้จำกัดทางเลือกในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งอย่างสันติวิธีและเปิดกว้าง เป็นเพียงความพยายามสร้างความภักดีแบบบีบบังคับ สกัดกั้นการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกทางการเมือง โดยทึกทักว่าวิธีการเหล่านั้นจะสร้างสันติสุขที่สงบราบคาบได้ — แต่เปล่าเลย ความไม่เชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่รัฐและความอึดอัดใจของประชาชนแพร่กระจายอยู่เต็มไปหมด นี่คือที่มาของแรงสนับสนุนของผู้คนในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ยุบกอ.รมน.

หากนายกรัฐมนตรี ไม่แยแส ต่อความรู้สึกเช่นนี้ และปิดกั้นไม่ให้มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร สส.เขตในพรรคร่วมรัฐบาล 12 คนจากทั้งหมด 13 เขตเลือกตั้ง จะตอบคำถามประชาชนอย่างไร?

เปิดให้สภาฯ ได้ถกเถียงเถิดครับ!