ขอคนไทยกลับจากอิสราเอลด่วน ฝากทูตไทยฯ ตามเงินเดือนให้ เพิ่มค่าชดเชยเป็น 65,000 บาท พร้อมช่วยเหลือหนี้สินทั้งใน-นอกระบบ
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สัมภาษณ์ถึงประเด็นการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลให้กลับประเทศไทย ว่า เมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) ตนได้หารือกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านก็เห็นชอบในหลักการแล้ว โดยให้กระทรวงแรงงานนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าอีกครั้ง จะมีอยู่ 2 ประเด็น คือ 1.ความช่วยเหลือแรงงานที่ต้องชำระหนี้สินจากกู้ยืม เพื่อเดินทางไปทำงานในอิสราเอล ด้วยการพักต้นพักดอกเป็นระยะเวลา 3 ปี ในที่ยังชำระไม่หมดวงเงินไม่เกิน 150,000 บาท
2.รัฐบาลจะเยียวยาแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอลเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท นอกเหนือจากเงินเยียวยาในกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศจากกระทรวงแรงงาน 15,000 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แรงงานเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ตนเข้าใจว่าที่ยังไม่ตัดสินใจกลับมา เพราะว่ายังเบิกเงินไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าจริงๆ ไม่ต้องรอเบิกเงิน เพราะวันนี้ก็วันที่ 1 พฤศจิกายนแล้ว ก็ถือว่าท่านทำงานครบเดือนแล้วก็สามารถเดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ถูกหักเงินเดือนเนื่องจากเป็นภาวะสงครามได้
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แรงงานที่จะต้องได้รับเงินเดือนในวันที่ 9 ของแต่ละเดือน ก็ไม่ควรอยู่ที่อิสราเอลเพื่อรอรับเงินเดือน ท่านสามารถกลับประเทศไทยมาได้เลยและให้ทางเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลเป็นผู้ติดตามเงินเดือนของท่านจากนายจ้าง แล้วส่งกลับมาให้เราที่ประเทศไทย ท่านไม่ควรจะเสี่ยงกับความไม่ปลอดภัย รัฐบาลและคนไทยทุกคนโดยเฉพาะท่านนายกฯ มีความห่วงใยอยากให้คนไทยทุกคนที่ทำงานในอิสราเอลรีบกลับประเทศไทยเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการเดินทางกลับมานั้นกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับพวกท่าน ส่วนเมื่อเดินทางกลับมาแล้วนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะต้องหางานใหม่ให้กับพวกท่าน ถึงแม้ว่าจะเป็นงานในประเทศ ที่อาจจะไม่ได้ค่าแรงเทียบเท่ากับในประเทศอิสราเอล แต่ตอนนี้กระทรวงแรงงาน กำลังหางานในประเทศอื่นๆ ที่มีรายได้เทียบเท่าอิสราเอลให้กับพวกท่าน
เมื่อถามว่าเงินเยียวยา 50,000 บาทที่จะได้รับการอนุมัตินั้นจะให้ย้อนหลังกับผู้ที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราจะต้องให้ย้อนหลังกับแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอลทุกคน
เมื่อถามต่อกรณีการกู้นอกระบบเพื่อไปทำงานในอิสราเอลจะมีการช่วยเหลือเรื่องหนี้สินอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องเรียนถึงข้อเท็จจริงว่าการกู้นอกระบบนั้นรัฐไม่สามารถดูแลได้ แต่เราก็ได้เปิดช่องทางโดยท่านต้องหาวิธีพิสูจน์ให้ได้ว่าท่านไปกู้เงินนอกระบบมา พร้อมกับการรับรองข้อมูล เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหากคนที่ปล่อยกู้นอกระบบไม่กังวลว่าจะผิดกฎหมาย ก็สามารถมาแสดงตนพร้อมหลักฐานเพื่อยืนยันข้อมูลการปล่อยกู้ได้
“การกู้นอกระบบ ต้องหาหลักฐาน หาคนยืนยันมาอ้างอิง แต่ขอว่าพวกเราชาวแรงงานต้องเอาความจริงมาแจ้ง ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าพวกท่านแจ้งเท็จ ก็จะมีความผิดทางกฎหมาย” รมว.แรงงานกล่าว
ถามว่ากรณีคนที่กู้เงินมา ดำเนินการจ่ายเพื่อเดินทางไปอิสราเอลแล้ว แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้ ทำให้เกิดหนี้และบางส่วนก็ลาออกจากงานมาแล้ว จะมีวิธีให้การช่วยเหลืออย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอให้มาคุยรายละเอียดกับทางกระทรวงแรงงานเป็นรายๆ ไป

