‘บิ๊กป๊อก’ บอกจะเรียกน้ำท่วมไม่ได้ ภาคใต้คือน้ำไหลบ่า

13.01.17 | 16:01 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2560 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการเตือนภัยนั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการแจ้งเตือนในพื้นที่ ซึ่งการแจ้งเตือนครั้งนี้ได้แจ้งเตือนหมดทุกแห่งแล้ว จะเห็นว่าไม่มีประชาชนที่เสียชีวิตจากสาเหตุน้ำพัดมา แต่เกิดหลังจากนั้น เช่น การเล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ หลังจากน้ำท่วม ทั้งนี้ หากให้ประเมินการแจ้งเตือน ถือว่ายังมีประสิทธิภาพอยู่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ คนไทยยังห่วงบ้าน ทั้งๆ ที่มีการอพยพคนออกไปแล้ว ส่วนอุปกรณ์การเตือนภัย เราใช้ระบบหอกระจายข่าว มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านติดต่อมายังจังหวัดโดยผ่านวิทยุสื่อสาร เราใช้การสื่อสารเท่าที่มี ต้องกระจายข่าวไปให้ได้ ทั้งนี้ จะพัฒนาระบบเตือนภัยให้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อให้ระบบการสื่อสารใช้งานได้ตลอดเวลา


เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ทราบว่าจะมีน้ำท่วมที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ได้มีการแจ้งเตือนนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า มีการแจ้งเตือนไปแล้ว สื่ออย่าพูดส่งเดช ปัญหาอุทกภัยใน อ.บางสะพานนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี เพราะมีภูเขาสูงชัน และอีกด้านหนึ่งเป็นทะเล จึงทำให้น้ำไหลบ่า จะเรียกว่าน้ำท่วมไม่ได้ เพราะเป็นน้ำไหลบ่ามาจากภูเขาเพื่อลงไปที่ต่ำด้วยความรวดเร็ว และเป็นพื้นที่บังคับ ประชาชนอยู่ขวางน้ำ ถนนก็อยู่ตรงนี้ ไปที่อื่นไม่ได้ กรณีนี้จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่นายกฯ สั่งให้แก้ปัญหา ส่วนกรณีวันที่ 15-16 มกราคมจะมีมรสุมเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น พล.อ.อนุพงษ์ บกปภ.ช.ได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ไปแล้ว นอกจากนั้น ให้แต่ละพื้นที่สำรวจว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยง รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติและขั้นตอนการฟื้นฟู ทราบว่ามรสุมที่เข้ามาจะมีผลขึ้นมาถึงภาคกลางตอนล่าง ซึ่งในภาคตะวันออกก็จะได้รับผลกระทบบ้างตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงการเยียวยาพืชผลทางการเกษตรของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดูแลตามมาตรการกฎหมายที่มีอยู่ โดยจะมีคณะกรรมการสำรวจความเสียหาย ซึ่งในเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาต้องทำตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ส่วนจะมีการช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างไรเป็นสิ่งที่นายกฯ จะต้องหารือ รวมถึงความเสียหายของบ้านเรือนก็เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ขณะนี้ประชาชนก็ช่วยกันบริจาคเข้ามา และรัฐบาลก็จะนำเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือซ่อมแซม รวมถึงสนับสนุนกำลังคน โดยมีกำลังทหารเป็นกำลังหลักในแต่ละพื้นที่ที่จะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน