‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ศึกเกาเหลาเกษตร ‘ธรรมนัส’ ขู่ ‘ไชยา’ ไม่จบริบคืนกรมใหญ่

2.11.23 | 06:20 น.

‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ศึกเกาเหลาเกษตร ‘ธรรมนัส’ ขู่ ‘ไชยา’ ไม่จบริบคืนกรมใหญ่ อนุฯประชามติแก้ รธน.กางไทม์ไลน์เดินสาย 4 ภาคทั่วประเทศ

ศึกภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาเรื่องของการทำงานและการแต่งตั้งบุคลากรภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อม ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า คุยเรียบร้อยไม่มีปัญหา ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน คงมีเรื่องนี้บ้างแต่ละครั้ง เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมหันไปถาม ร.อ.ธรรมนัส ว่าถูกหรือไม่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสตอบกลับว่า “ครับ” ทำให้นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ยืนยันเรื่องนี้จบนะ ต่างฝ่ายต่างไหว้ซึ่งกันและแยกออกจากกัน

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายไชยาได้มาแจ้งว่าให้สัมภาษณ์กับสื่อประเด็นเกี่ยวกับงานในกระทรวง แต่ไม่มีเจตนาพาดพิงถึงรัฐมนตรี ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเป็นราว เมื่อเป็นประเด็นจึงได้คุยกับผู้บริหารพรรคเพื่อไทย (พท.) และเรียนกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งนายกฯบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีประเด็น ทั้งนี้ นายไชยาได้โทรศัพท์มาขอโทษที่ทำให้เป็นประเด็น จึงอยากเรียนสื่อว่าเวลาถามประเด็นมอบดูแลเรื่องงบประมาณและบุคคล ไม่มีกระทรวงไหนทำกัน เพราะเวลาเกิดประเด็นปัญหาขึ้น คนที่รับผิดชอบคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการฯสามารถทำงานภายใต้กรอบงานที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้น ปัญหาที่รัฐมนตรีใหม่หลายคนยังไม่เข้าใจ ความรับผิดชอบภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ

“ได้คุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค คุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้ายังไม่เข้าใจคงจะต้องมีมาตรการอื่นเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลกรมต่างๆ โดยอาจจะดูว่ากรมไหนที่ใหญ่ๆ อาจจะเอามาดูแลเอง” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

Advertisement

สำหรับความคืบหน้าการเดินสายรับฟังความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่มีนายนิกร จำนง เป็นประธานภายหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของวุฒิสภา ไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น โดยคิวถัดไปในวันที่ 2 พฤศจิกายน จะประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล จะเปิดรับฟังความเห็นจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะเยาวชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นการรับฟังความเห็นลักษณะของโฟกัสกรุ๊ปเพื่อฟังความเห็นองค์รวม วันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล จะเป็นการรับฟังประชาชนกลุ่มต่างๆ อาทิ ผู้ใช้แรงงาน ทหาร ตำรวจ สื่อสารมวลชน สันนิบาตเทศบาล คนพิการ และกลุ่มความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งกลุ่มเอ็นจีโอ สมัชชาคนจน และไอลอว์ วันที่ 14 พฤศจิกายน รับฟังความเห็นของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ณ ที่ทำการพรรคก้าวไกล จากกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีข้อโต้แย้งอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนวันที่ 20 พฤศจิกายน จะเริ่มออกเดินสายรับฟังความคิดเห็นไปยังพื้นที่ต่างๆ เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) โดยมีนายนิกรเป็นแกนนำและคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเป็นคณะทำงานเป็นผู้เดินทางไปรับฟังความเห็นของกลุ่มเกษตรกร สภาตำบล กลุ่มแม่บ้าน จ.สกลนคร ต่อด้วยในวันที่ 23 พฤศจิกายน ออกรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภาคกลาง โดยมีนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อนุกรรมการชุดรับฟังฯ เป็นแกนนำไปรับฟังความเห็นของประชาชนในกลุ่มอุตสาหกรรม แรงงาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดชัดเจนว่าจะเป็นที่ชลบุรีหรือฉะเชิงเทรา ส่วนที่ภาคเหนือก็จะเป็นอนุกรรมการชุดรับฟังฯ ที่อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะรับฟังคนเหนือ พื้นที่ท่องเที่ยว และกลุ่มชาติพันธุ์ และวันที่ 7 ธันวาคม ออกรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคใต้ โดยมีนายเจือ ราชสีห์ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท เป็นแกนนำคณะทำงาน รับฟังความเห็นพี่น้องชาวมุสลิม และพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ จ.สงขลา