หน้าแรก การเมือง เปิดไทม์ไลน์ ...

เปิดไทม์ไลน์ ก้าวไกลถกเครียด ก่อนขับ ‘วุฒิพงศ์’ พ้นพรรค ส่วน ‘ปูอัด’ เจอคาดโทษ ส.ส.หญิงรุมค้าน

2.11.23 | 08:20 น.

เปิดไทม์ไลน์ ก้าวไกลถกเครียด ก่อนขับ ‘วุฒิพงศ์’ พ้นพรรค ส่วน ‘ปูอัด’ เจอคาดโทษ ส.ส.หญิงรุมค้าน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 17.00 น. ที่อาคารรัฐสภา ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้มีการประชุมเครียดของคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ของพรรคก้าวไกล เพื่อหาข้อยุติกรณีเรื่อง ส.ส.มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ 2 กรณี คือ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล และนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล

โดยบทลงโทษสูงสุดของพรรค หากพบว่าทำผิดวินัยพรรค คือ การขับออกจากสมาชิกพรรค โดยจำเป็นต้องอาศัยเสียง 3 ใน 4 ของ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลโต๊ะมากั้นให้ผู้สื่อข่าวออกจากบริเวณห้องประชุม

นอกจากนี้ ยังมีการขอเก็บโทรศัพท์มือถือรวมถึงอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทวอทช์ ไอแพด แท็บเล็ต ของ ส.ส. วางไว้นอกห้องด้วย รวมถึงเพาเวอร์แบงก์ ก็ยังต้องเอาไว้ข้างนอก

ทำให้เมื่อเวลายิ่งดึก ยิ่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะเป็นครอบครัว ของ ส.ส. ที่โทรตาม

Advertisement

จากนั้นเวลา 23.00 น. นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังประชุมคณะ ว่า ที่ประชุมพรรค และ ส.ส.ซึ่งมาประชุม จำนวน 128 คน เนื่องจากหลายคนติดภารกิจ ผลการพิจารณา ปรากฎว่า เห็นตรงกันว่าทั้ง 2 กรณีมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง ถือว่าขัดต่อวินัยพรรคขั้นร้ายแรง และอุดมการณ์ และคุณค่าของพรรค ซึ่งโทษสูงสุดคือให้พ้นจากสมาชิกพรรค รองลงมาคือ ตัดสิทธิพึงมีและคาดโทษตามกรณี

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า โดยกรณี นายวุฒิพงศ์ มติของที่ประชุมร่วมให้ขับออกจากสมาชิกพรรค ส่วน นายไชยามพวาน เสียงส่วนใหญ่ 106 เสียง จาก 128 เสียงที่มาประชุม เห็นควรให้ขับออกจากพรรค แต่เสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ของ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ที่มีอยู่ คือ 116 เสียง จึงยังไม่สามารถมีมติให้ขับพ้นออกจากสมาชิกพรรคได้

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรตัดสิทธิ์พึงมีทั้งหมด และคาดโทษไปตลอดสมัยประชุมนี้ หากมีพฤติกรรมใดๆ เข้าข่าย คุกคามจะต้องให้พ้นจากสมาชิกพรรค

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า และที่ประชุมร่วมฯ ยังเห็นว่า นายไชยามพวาน ควรจะต้องออกมายอมรับผิดและขอโทษสังคม ผู้เสียหาย และชดเชยเยียวยา ตามที่ผู้เสียหายต้องการ หากนายไชยามพวาน ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด ไม่ยินดีขอโทษหรือชดใช้เยียวยาความผิด ที่ประชุมร่วมฯ จะมีมติกันใหม่ เพื่อมีมติขับออกจากสมาชิกพรรค 

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ทางคณะกรรมการวินัยของพรรค จะแจ้งให้ผู้เสียหาย และผู้ร้องทราบมติของกรรมการบริหารและ มติของที่ประชุมในวันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการขอให้ทั้ง 2 คนลาออก เพื่อเปิดทางเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของทั้งสองคน บางครั้งการแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เป็นเรื่องที่พึงทำ และผมเชื่อมั่นว่าแม้คนที่จะทำผิด หากแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง สังคมจะให้โอกาส และการรับผิดชอบทางการเมืองไม่จำเป็นต้องรอให้ข้อเท็จจริงยุติ อย่าไปคิดว่าการรับผิดชอบทางการเมืองเป็นการยอมรับผิด และจำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรมให้สิ้นสุดอย่างเป็นทางการเท่านั้น ผมสนับสนุนหากผู้ที่ถูกกล่าวพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นมาตรฐานทางการเมืองที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายคนมองว่าทางพรรคดำเนินการเรื่องนี้ช้า นายชัยธวัช กล่าวว่า ในบางกรณีอาจจะดูช้า ใช้เวลานาน แต่มีความจำเป็นจริงๆ เพราะบางทีกระบวนการสอบข้อเท็จจริง มีความซับซ้อนและต้องฟังอย่างรอบด้าน ไม่ใช่รับฟังข้อมูลจากผู้เสียหานอย่างเดียว ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาได้โต้แย้งอย่างเต็มที่ เมื่อได้ข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ยังต้องมีพยายานข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย อย่างกรณี ส.ส.ปราจีนบุรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้เสียหาย ถือเป้นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการวินัย และคณะกรรมการบริหารพรรคอย่างมาก และมีผลต่อมติในที่ประชุมวันนี้เป็นอย่างมาก บางทีเราก็พยายามรวบรัดกระบวนการมากเกินไปไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อได้ข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะวินิฉัย เราก็จะไม่รอช้า อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพรรค จะต้องมีการปรับปรุงกระบวนการทั้งของคณะกรรมการวินัย และมาตรการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากขึ้น

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ทั้ง 2 กรณีนี้ กรรมการวินัยฯ ของพรรค กรรมการบริหารพรรค และที่ประชุมร่วมของ ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค เห็นตรงกันว่ามีพฤติการณ์คุกคามทางเพศจริง และขัดต่อวินับพรรคขั้นร้ายแรง ซึ่งจะมีมาตรการล่งโทษหลายระดับ คือ โทษสูงสุดคือ ให้พ้นจากสมาชิกพรรค รองลงมาคือ ตัดสิทธิที่พึงมีทั้งหมด และคาดโทษ

“ในกรณี ของ นายไชยามพวาน แม้จะยังเป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกลอยู่ แต่จำเป็นต้องออกมารับผิด ขอโทษ และมาเยียวยาผู้เสียหาย ความต่างของ 2 กรณีนี้ คือ มีหนึ่งกรณีที่เห็นตรงกันเกือบทั้งหมด คือมีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่บทบาทตั้งแต่การเป็นว่าที่ ผู้สมัครของพรรค มาจนถึงการเมื่อเป็น ส.ส.แล้ว ยังมีการใช้อำนาจโดยมิชอบในการคุกคามทางเพศ และมีความพยายามที่จะใช้อำนาจของตน ในการปกปิดความปิดจนถึงปัจจุบัน”นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทางพรรคได้ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นมา ที่มี น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นหัวหน้าคณะทำงานพิเศษเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศ ที่จะปรับปรุงกระบวนการทั้งหมดภายในพรรค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อีก ซึ่งรวมถึงการอบรมด้วย แต่ไม่ใช่การอบรมอย่างเดียว พรรคให้ความสำคัญต่อการไม่อดทน ต่อการคุกคามทางเพศอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่าแม้โดยหลักการคนจะรับรู้ แต่ในทางปฏิบัติความเข้าใจของแต่ละคนไม่เท่ากันว่าอะไร คือ การคุกคามทางเพศ อะไรไม่ใช่การคุกคามทางเพศ

“กรณีที่เกิดขึ้นถึงเป็นบทเรียนภายในพรรค สำหรับส.ส. และผู้ปฏิบัติงานในพรรคทั้งหมด ว่าถ้าหากใช้บทบาทหน้าที่ หรืออำนาจของตนไปมีพฤติการณ์ในทางคุกคามทางเพศ แม้ว่า หลายคนจะมองว่าไม่ได้เกิดการบังคับขืนใจ ไม่ได้เกิดการปฏิเสธ หรือดูเหมือนจะเป็นการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่ายแต่กรณีนี้จะชี้ให้เห็นว่าการยินพร้อมใจกันที่สองฝ่าย มันไม่เป็นการยิมยอมพร้อมใจอย่างแท้จริง หากอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน หากคนที่อยู่ในสถานะที่ให้คุณให้โทษกับผู้ใต้บังคับบัญชา หรือทีมงาน อันนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียม จะอ้างว่ายินยอมพร้อมใจไม่ได้ ซึ่งนี่ถือเป็นตัวอย่างของความละเอียดอ่อนที่คนในสังคมที่ไม่เท่ากัน”นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายไชยามพวาน หลังจากที่มีมติที่ประชุมวันนี้ ก็ย้ำว่า ในที่ประชุมเสียงที่เห็นด้วยให้ขับคือ 106 เสียง ถือเป็นเสียงข้างมาก แต่ยังไม่ถึง 3 ใน 4 จึงยังไม่สามารถขับออกจากสมาชิกพรรคได้ ซึ่งที่ผ่านมา นายไชยามพวาน ได้พยายามโต้แย้งของกล่าวหา จึงเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ ที่ประชุมวันนี้มีมติว่า นายไชยามพวาน จะต้องออกมายอมรับผิด ขอโทษ และเยียวยาผู้เสียหาย

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทราบว่า 3 คนที่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ได้ลาออกจากทีมของ นายไชยามพวาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรค และตนทราบเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทราบและได้ข้อมุลจำนวนหนึ่งว่า อาจจะเป็นเหตุต่อการคุกคามทางเพศ จึงแจ้งให้กรรมการวินัย ไปสอบข้อเท็จจริง โดยที่ในตอนแรกยังไม่มีผู้ร้องเลย

อย่างไรก็ตามภาย นายชัยธวัช ได้ออกมาแถลงมติพรรคก้าวไกล โดยมติของพรรคก้าวไกล ให้ขับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ส.ส.ปราจีนบุรี ออกจากพรรค ขณะที่ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ส.ส.กทม. เสียงส่วนใหญ่ 106 เสียง จาก 128 เสียงที่มาประชุม เห็นควรให้ขับออกจากพรรค แต่เสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ของ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ที่มีอยู่ คือ 116 เสียง จึงยังไม่สามารถมีมติให้ขับพ้นออกจากสมาชิกพรรคได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีโซเชียลมีเดีย ของส.ส.หญิงพรรคก้าวไกล ได้เปลี่ยนภาพดิสเพลเป็นสีดำ อาทิ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิธินันท์ หรือ ทนายแจม ส.ส.กรุงเทพฯ, นางสาว ภัสรินทร์ รามวงศ์ ส.ส.กทม. รวมไปถึง นางสาวภัสราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.กทม. หรือ ส.ก.เนอส ด้วย

ทั้งนี้ นางสาวภัสราภรณ์ ส.ก.พรรคก้าวไกล ยังโควททวีตกรณีดังกล่าว โดยมีข้อความว่า “หน้าด้าน ไม่มีความละอายแก่ใจ เป็นคนให้ได้ก่อนค่อยเป็นผู้แทนประชาชน” และแท็ก @chaiyamparwaan บัญชีทวิตเตอร์ของนายไชยามพวาน และยังได้รีทวิต ทวิตเตอร์ของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งมีข้อความว่า “ผิดหวังกรณีปูอัดมาก ดูจากคลิปออกมาไม่มีสำนึกเลย ปฏิเสธไม่ได้ทำตลอดทั้ง ๆ ที่พรรคสอบสวนแล้ว สงสารเหยื่อเหมือนถูกกระทำซ้ำอีกรอบ”

ขณะที่ บัญชีเฟซบุ๊กของนายไชยามพวานนั้น ประชาชนจำนวนไม่น้อย ได้เข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ล่าสุด และเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง