09.00 INDEX การเบียดขบ ต่างพรรค ต่างภาระ ‘โจทย์’การเมือง ‘นายกรัฐมนตรี’
ไม่ว่ากรณี “หมูเถื่อน” ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่ากรณี “น้ำตาล” อันสะท้อนการเบียดขบระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงอุตสาหกรรม มีความร้อนแรง มีความคมแหลม
เป็นความคมแหลมอันก่อให้เกิดความร้อนแรงที่นำไปสู่การ ประกองกำลังและดุลกำลังในทางการเมือง
คล้ายกับเป็นเรื่อง “ภายใน” ของรัฐบาลของ “คณะรัฐมนตรี”
แต่ภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็สะท้อนอำนาจและการไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรี “ว่าการ” กับ “รัฐมนตรีช่วยว่าการ” ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย
และภายในการไม่เป็นเอกภาพในเรื่องสถานการณ์ “น้ำตาล” คือการปะทุขึ้นของการไม่ลงรอยในทิศทางแห่งนโยบายระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงอุตสาหกรรม
ในเมื่อกระทรวงพาณิชย์คือรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ในเมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมคือรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงกลายเป็นความละเอียดอ่อน คล้ายกับสถานะแห่งกำลังซึ่งเป็นฐานแห่งอำนาจพรรคเพื่อไทยจะมีความเหนือกว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ
เห็นได้จากบทบาทของ นายภูมิธรรม เวชยชัย แต่ถามว่าเป็น เช่นนั้นจริงละหรือ
ความเหนือกว่าของ นายภูมิธรรม เวชยชัย มิใช่เพราะพรรคเพื่อไทยมี 140 ส.ส.อยู่ในมือ หากแต่อยู่กับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับอำนาจมาจากพรรคเพื่อไทย
กระนั้นจะมองข้ามบทบาท 40 ของพรรคพลังประชารัฐ มองข้ามบทบาท 36 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หรือ
ขณะนี้ยังมีความเงียบจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าตัวของรัฐมนตรีที่ รับผิดชอบ แต่อย่ามองข้ามบทบาทของโรงงานน้ำตาลเด็ดขาด
ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สถานะก็ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมองผ่านสัมพันธ์พิเศษที่มีกับภายในของพรรคเพื่อไทย
โดยภาพที่ปรากฏตลอดการเคลื่อนไหว ในวันที่ 1 พฤศจิกายน เด่น ชัดว่าบทบาทของ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีมีความสำคัญ
กระนั้น ที่สุดแล้วก็ยังขึ้นอยู่กับ “นายกรัฐมนตรี”
กรณีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีของกระทรวงพา ณิชย์กับกระทรวงอุตสาหกรรม จึงเดินไปบนเส้นทางเดียวกันกับกรณีของ “ดิจิทัล วอลเล็ต” ในกระทรวงการคลัง
มีความจำเป็นที่ “นายกรัฐมนตรี” ต้องให้ความสนใจ ขณะที่สังคมประเมินบทบาท “นายกรัฐมนตรี” ว่าจะหาทางออกอย่างไร

