“โรม” ยืนยัน มติก้าวไกล ตัดสิน 2 ส.ส.ชายคุกคามทางเพศต่างกัน ไม่มีเรื่องเส้นสาย ย้ำวงประชุม ส.ส.พิจารณา-ใช้ดุลยพินิจของตัวเอง
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคก้าวไกลมีมติขับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 2 ออกจากพรรค ขณะเดียวกันมีมติให้คาดโทษ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ส.ส.กทม. ปมคุกคามทางเพศ ซึ่งหลังจากพรรคก้าวไกลมีมติดังกล่าว กระแสสังคมต้องการให้รับผิดชอบด้วยการลาออก ว่า ส่วนตัวเห็นว่า ดีที่สุดคือจบที่การลาออกของตัวผู้ที่ถูกพิจารณา เพื่อเป็นการแสดงสปิริตความรับผิดชอบ และจะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายในเวลานี้
ซึ่งเท่าที่ฟังการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่ถูกพิจารณา เขาอยากถูกพิสูจน์ในชั้นคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการถึงขั้นนี้ต้องมีการรับผิดชอบทางการเมืองตามมา จะเป็นการแสดงสปิริตอย่างหนึ่ง แต่เราคงตัดสินแทนเขาไม่ได้
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคมีมติ ใน 2 กรณี ซึ่งมีบทลงโทษแตกต่างกันนั้น ไม่ใช่ประเด็นของการช่วยเหลือหรือใช้เส้นสาย เนื่องจากใน 2 กรณีที่เกิดขึ้นไม่สามารถนำข้อเท็จจริงเทียบเคียงกันได้ อีกทั้งหลังจากการพิจารณาจากรายงานของคณะกรรมการวินัยของที่ประชุม ส.ส. ซึ่งรับฟังนานกว่า 5 ชม. การตัดสินของ ส.ส. จึงเป็นไปตามดุลยพินิจในประเด็นที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่การช่วยเหลือกัน และไม่มีประเด็นการเมืองภายในพรรค
“เป็นการใช้ดุลยพินิจพิจารณาในข้อเท็จจริงต่างๆ และใช้เวลา 5 ชม. เพื่อรับฟัง แม้หลังมติพรรคที่ออกมาจะมี ส.ส.บางคนไม่เห็นด้วย และใช้สัญลักษณ์เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กเป็นสีดำ ถือเป็นสิทธิแสดงความเห็นได้ ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่มีความหลากหลาย ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นผมไม่ห่วงและเป็นประเด็นในระยะยาวที่ต้องทำความเข้าใจ และรณรงค์ในเรื่องความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นทั้งภายในพรรค และสังคมภายนอก” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า มติของพรรคที่ออกมาในกรณี ส.ส.ชายคุกคามทางเพศทำให้ถูกมองว่าเป็นการตัดสินที่สองมาตรฐาน และถูกเปรียบเทียบว่า เพราะ ส.ส.ไม่มีเส้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ใช่เส้นสาย เพราะกระบวนการของพรรค คือ เมื่อมีการพิจารณา และชี้ว่าเป็นความผิดชัดเจน การตัดสินว่าจะลงโทษสถานใดนั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุมของ ส.ส.จะกำหนด โดยตามรัฐธรรมนูญ และกระบวนการการขับ ส.ส.ออกจากสมาชิกพรรคต้องได้เสียง 2 ใน 3 เมื่อในกรณีที่เสียงไม่ถึง กรรมการบริหารต้องพิจารณาลงโทษสถานที่มีความหนักในลำดับถัดไป คือ การตัดสิทธิพึงมีในพรรค เช่น ห้ามใช้สัญลักษณ์ของพรรคหรือใช้ชื่อพรรคในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งรวมสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งที่จะไม่ได้รับ ทั้งนี้ ในส่วนของนายไชยามพวาน ที่ถูกคาดโทษ เข้าใจว่าจะมีกระบวนการที่ต้องให้ขอโทษผู้เสียหายต่อไป หากไม่ขอโทษคงจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาขับออกต่อไป

