หน้าแรก การเมือง นายกฯ เรียก &...

นายกฯ เรียก ‘วงศ์สยาม-อีสท์ วอเตอร์’ จับมือทำงาน กำชับ พื้นที่อีอีซีต้องไม่เกิดปัญหาแย่งน้ำ

4.11.23 | 15:32 น.

“นายกฯ“ ตรวจอ่างหนองปลาไหล ย้ำ รบ.ให้ความสำคัญเรื่องน้ำ ตีกรอบ 60 วันจะกลับมาดู กำชับ พื้นที่อีอีซีต้องไม่เกิดปัญหาแย่งน้ำ เรียกวงศ์สยาม-อีสท์ วอเตอร์ จับมือทํางาน

เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เดินทางติดตามระบบการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำให้รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ต้อนรับ โดยรับฟังบรรยายสรุปจากเลขาฯ สทนช. ถึงแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อีอีซี ระหว่างปี 2563-2580 จำนวน 38 โครงการ วงเงินกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท ทำแล้ว 19 โครงการ ระหว่างดำเนินการ 7 โครงการ ส่วนโครงการที่เหลือจะเร่งดำเนินการ โดยแผนทั้งหมดจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2570

นายเศรษฐา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาเรื่องน้ำ มีอยู่แล้วในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ต่างจังหวัด บางจังหวัดน้ำท่วม​ บางจังหวัดขาดแคลนน้ำ​ ในภาคอุตสาหกรรม​ ซึ่งทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องน้ำ มีเหตุผลในการใช้อยู่ 4 อย่าง​ อุปโภค​ บริโภค รักษาระบบนิเวศ​ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

นายเศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องน้ำที่เชื่อมต่อจากท่อส่งจ่ายทั้งหลาย เชื่อว่าศึกษามาดีแล้ว รัฐบาลที่เข้ามาบริหารจัดการในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาเรื่องที่เราให้ความสำคัญเรื่องหนึ่งคือการเชิญนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน ไม่ใช่แค่น้ำ รวมถึงพลังงานสะอาด และอีกหลายปัจจัย ที่จะเชิญนักลงทุน เรายอมรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้มีเรื่องไม่ดีที่เกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้น เพราะเรื่องน้ำของประชาชนต้องใช้ ภาคอุตสาหกรรม ต้องใช้อุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตรและ อุตสาหกรรม ซึ่ง จ.ชลบุรีและระยอง เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศความต้องการน้ำในเขตนี้จะมีสูงกว่าในเขตพื้นที่อื่น ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่เกิดขึ้นในการแย่งน้ำในการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมถือเป็นเรื่องสำคัญ ตรงนี้รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก ถ้าตรงไหนมีปัญหาเกิดขึ้นขอให้แจ้งมาได้เลย

Advertisement

นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนได้รับฟังข้อสรุปในหลายอย่าง เชื่อว่าทุกคนได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้วอย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาดำเนินการเรื่องที่ความสำคัญมากที่สุด คือการเชิญนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ ซึ่งจะเป็นการลงทุนที่สูง ดังนั้นไม่ใช่แค่เรื่องน้ำอย่างเดียว มีเรื่องพลังงานสะอาดและมีอีกหลายเรื่องที่จะเป็นสิ่งสำคัญในการใช้นักลงทุนเข้ามา เรายอมไม่ได้ที่จะมีเรื่องการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นฝ่ายปกครอง สทนช. กรมชลประทาน กระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ ต้องเร่งขับเคลื่อน การมีแผนงานเป็นเรื่องดีและไม่อยากให้ล่าช้า ถ้ามีปัญาตรงไหนรัฐบาลพร้อมบริหารจัดการ และอยากสื่อสารให้ดี และความขัดแย้งระหว่างภาคอุตสาหกรรม กับภาคเกษตรกรรม มีปัญหาให้แจ้งได้เลย ถ้าไม่ทำตรงนี้จะไม่สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน จะไม่สามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้ รัฐบาล เอกชน รัฐวิสาหกิจ ต้องให้ความสำคัญ และอีก60 วัน จะกลับมาดูเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ยืนยันรัฐบาลนี้จะทำงานอย่างรวดเร็ว สนองตอบความต้องการของประชาชน จะทำงานอย่างรวดเร็วฉับพลัน และตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชนนักลงทุนต่างชาติมากที่สุด

จากนั้นนายเศรษฐา ได้รับฟังรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ และระบบท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก จากเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน โดยนายเศรษฐา กล่าวว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในอดีตรัฐบาลมีความพยายามแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้เพียงพอต่อภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ โดยเฉพสะการเชื้อเชิญให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทย 2 เรื่องหลักที่เขาสนใจคือ 1.ไฟฟ้า 2.น้ำที่เพียงพอในการใช้เพื่ออุตสาหกรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีปัญหามาก เช่น การปั๊มเข้าสู่พื้นที่จากแหล่งน้ำต่าง ๆ และการจัดส่งน้ำที่ภาคเอกชนไม่เข้าใจกัน ซึ่งวันนี้ด้วยการร่วมมือบริหารจัดการน้ำระหว่างเลขาธิการ BOI เลขาธิการ EEC บริษัทอีสท์ วอเตอร์ และบริษัท วงษ์สยาม ที่เดิมไม่เข้าใจกัน แต่วันนี้แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองภาคส่วนได้มาเป็นสักขีพยานว่าเรื่องที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ เขียนข่าวมาโดยตลอด และเสนอแนะข้อมูล บัดนี้มติความร่วมมือทั้งสองฝ่ายได้จบลงแล้ว ยินดีทำงานร่วมกันเพื่อก้าวข้ามปัญหาขาดแคลนน้ำ

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ได้ให้ตัวแทนจากสองบริษัทจับมือกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน พร้อมกล่าวว่า “นี่เป็นภาพประวัติศาสตร์”