‘เต้พระราม 7’ อ้าแขนรับ ส.ส.แจ้ เข้าไทยศรีวิไลย์ ชี้คนบ้านเดียวกัน ให้เวลาพิสูจน์ตัวเอง 3 ปี

5.11.23 | 20:42 น.

‘เต้พระราม 7’ อ้าแขนรับ ส.ส.แจ้ เข้าไทยศรีวิไลย์ ชี้คนบ้านเดียวกัน ให้เวลาพิสูจน์ตัวเอง 3 ปี

จากกรณีที่ พรรคก้าวไกล มีมติขับ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา หรือ ส.ส.แจ้ ส.ส.ปราจีนบุรี ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ซึ่งนายวุฒิพงศ์จะต้องหาพรรคสังกัดให้ได้ภายใน 30 วันนั้น

ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ระบุว่า พร้อมอ้าแขนรับ โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กความว่า “#มาเลยน้อง#เต้ พระราม7# #พรรคไทยศรีวิไลย์#

พี่ต้อนรับ น้องแจ้ ส.ส.ปราจีนบุรี – น้องปูอัด ส.ส.กทม. คนเรามันผิดพลาดกันได้ น้องยังหนุ่ม ขอโทษสังคม แล้วเริ่มใหม่ เราไม่ได้ผิดถึงขนาดทุจริตถูกศาลพิพากษาให้จำคุก-ยึดทรัพย์ เหมือน ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เราไม่ได้กระทำผิดถือหุ้นสื่อแบบธนาธร เราไม่เคยลักทรัพย์แบบ อดีต ส.ส.ระยอง เขต 3

เดี๋ยวพี่จะสอนการเป็น ฝ่ายค้าน เพื่อประชาชน ของจริง สอนวิธีการช่วยเหลือประชาชนของจริง เป็นอย่างไร
พี่ขอแค่น้องกลับตัว พี่ให้โอกาส ส่วนสังคมนั้นต้องใช้เวลา จงใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ และ พี่ขอให้น้อง จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน เป็นพอ

Advertisement

***พี่เต้ พระราม7 ก็ไม่ใช่คนดี100% แต่ก็ไม่ใช่คนชั่ว ความดีพอมีให้เห็น พอคบได้นะ***
ถ้าน้องโอเคร ติดต่อมา 0906291965 เต้ พระราม7
“พรรคไทยศรีวิไลย์” ยินดีต้อนรับ”

ต่อมาก็ได้ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อครู่ ได้คุยกับ ส.ส.แจ้ อดีตพรรคก้าวไกล เบื้องต้น ทราบว่า เกิดพิษณุโลก เหมือนกัน เรียนจบวิศวะพระนครเหนือที่เดียวกัน

และ ส.ส.แจ้ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศให้ตนได้ทราบว่าเป็นอย่างไร ซึ่งไม่ถึงขั้นเป็นการคุกคามทางเพศ และเท่าที่ดูก็เป็นโทษที่เบากว่านายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล และเห็นว่า นายวุฒิพงศ์ควรมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีก 3 ปี ในช่วงที่เป็น ส.ส.อยู่ในสภา และหากพ้นสมาชิกภาพไปก็จะต้องเสียเงินค่าเลือกตั้งใหม่ จึงได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค และเห็นตรงกันว่า พร้อมจะยอมรับนายวุฒิพงศ์เข้ามาเป็น ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะดูแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทุจริตคอร์รัปชั่น หรือกระทำความผิดอาญา

นายมงคลกิตติ์ระบุด้วยว่า กรณีของสมาชิกพรรคก้าวไกลน่าจะมีอีกหลายคน ซึ่งมีคนมาร้องเรียนที่ตนหลายเคส เป็นผู้สมัครจากพื้นที่อีสาน โดนข้อหาข่มขืนซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วหลุดคดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ดังนั้น จึงเห็นว่า กรณีของ ส.ส.แจ้ เบากว่าเยอะ และไม่กังวลว่า การที่รับเข้าพรรคจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค จึงควรให้โอกาส แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ส.ส.แจ้ ด้วย