‘เศรษฐา’ สวมผ้าพันคอ ย้อมคราม ควง ‘อิ๊ง’ เปิดงาน Thailand Winter Festivals ดันซอฟต์เพาเวอร์ จริงจัง

10.11.23 | 12:07 น.

‘เศรษฐา’ พันคอด้วยผ้าย้อมคราม ควงอิ๊ง เปิดงาน Thailand Winter Festivals พร้อมดันซอฟต์พาวเวอร์อย่างจริงจัง ’ยอมรับ‘ไม่ง่ายต้องใช้เวลา ประกาศ เปิดโอกาสเปิดพื้นที่ เปิดความฝันของคนไทย ด้าน‘อิ๊ง’ประกาศ เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายปีของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการแถลงข่าวและพิธีเปิดงาน Thailand Winter Festivals โดยก่อนเริ่มงาน นายกรัฐมนตรี ได้เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการซอฟพาวเวอร์แห่งชาติ โดยวันเดียวกันนี้นายเศรษฐาได้สวมสูทสีเบจ เน็คไทสีเหลือง พร้อมผ้าพันคอย้อมคราม โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “วันนี้สวมผ้าพันคอให้เข้ากับธีมงาน Winter นิดหน่อย โดยผ้าพันคอผืนดังกล่าวคุณอิ๊ง( น.ส.) แพรทองธาร เป็นคนนำมาให้”

ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ได้สวมเสื้อโค้ทผ้าไหมไทย พันคอด้วยผ้าย้อมคคามพร้อมเปิดเผยว่า จำไม่ได้ว่าเป็นผ้าไหมจากจังหวัดไหน แต่คาดว่าเป็นผ้าไหมที่มาจากภาคอีสาน ซึ่งวันเดียวกันนี้ ได้นำผ้าพันคอซึ่งเป็นผ้าย้อมครามจากจังหวัดสกลนครมามอบให้กับท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อสวมใส่เพื่อเข้ากับทีมงานในวันเดียวกันนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานได้มีคณะรัฐมนตรีอาทินาย ภูมิธรรม เวชชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี นางพวงเพ็ชร ชุณละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสริมศักดิ์ พงศ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นต้น

Advertisement

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้จนไปถึงสิ้นปีจะมีอีเวนท์เทศกาลต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกว่า 3,000 งาน และเทศกาลที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นคือ ประเพณีลอยกระทง ที่จะจัดขึ้นจัดอย่างยิ่งใหญ่จะจัดขึ้นที่จังหวัดสุโขทัย แต่ไม่ว่าจะจัดงานที่ไหนก็สวยงามเป็นที่ประทับจัยของคนทั่วโลก และเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทย

รองประธานคณะกรรมการซอฟพาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ส่วนเทศกาลช่วงปีใหม่จะมีการจัดงาน countdown พร้อมกันทั่วประเทศกว่า 70 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลอาหาร บันเทิง กีฬา ศิลปะต่างๆ แม้จะเป็นกิจกรรมเดียวกันแต่จัดในที่ที่แตกต่างกัน ก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเราจะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายปีของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“โดยงานเทศกาล winter festival จะเป็นเครื่องมืออีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่ประเทศไทยมากขึ้น ให้คนทั่วโลกมาตัดสินใจใช้เงินในประเทศไทย
และ winter festival จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นฮับดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ วันนี้รัฐบาลเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการเดินหน้าวัฒนธรรมสร้างซอฟต์พาวเวอร์ในทุกด้านให้ประเทศไทยเป็นที่จดจำและมีตัวตนในแผนที่โลกอีกครั้ง” น.ส.แพรทองธารกล่าว

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ในนามของกระทรวงวัฒนธรรม ขอส่งความสุข และต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อชมขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ที่สวยงาม และร่วมสร้างสีสันแห่งความสุข เป็นความทรงจำที่ดี โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานเยี่ยมยลชมวัง เพื่อสักการะศาสนสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระพุทธสิหิงส์ รวมไปถึงการร่วมเทศกาลลอยกระทงกับบรรยากาศย้อนยุค ชวนแต่งชุดไทยไปลอยกระทงที่วัดอรุณราชวรารามฯ พร้อมชวนชมความงดงามของโบราณสถานยามค่ำคืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่น วัดไชยวัฒนาราม อยุธยาฯ อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย นครราชสีมา

“ตั้งแต่ 9 ธ.ค.66 ต่อเนื่องถึง 6 ม.ค.ปีหน้า กระทรวงวัฒนาธรรมจะเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานแห่งชาติทุกแห่ง ทั่วประเทศ ฟรี” รมว.วัฒนธรรมกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยินดีที่จะมีงาน Thailand Winter festivals และ colorful Bangkok winter festivals เรามีเป้าหมายที่จะทำให้งานทั้งสองงานเป็นหนึ่งในกลไกที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เลือกที่จะมาท่องเที่ยวนประเทศไทย เพราะเทศกาลที่มีมากกว่า 3,000 งานและกว่า 200 งานที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ทั้งหมดมีความหลากหลายด้านศิลปะ อาหารดนตรี กีฬา และแสงสี รวมถึงงานประจำปีอย่างครบถ้วน
ตนเชื่อว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

และยังมีนโยบายอื่นที่จะสนับสนุนจะมีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเช่นสนามบินที่กำลังจะเกิดขึ้นที่อันดามัน และนโยบายเรื่องวีซ่าฟรีที่ดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องการสร้างพลังอำนาจในการดึงดูด การสร้างวัฒนธรรม คุณค่าทางการเมือง ให้เกิดซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งไม่มีทางลัด ไม่มีสูตรสำเร็จ และไม่มีทางง่ายต้องใช้เวลา กว่าที่เราจะสร้างอีโคซิสเต็มส์ให้แข็งแรงต่อทุกอุตสาหกรรม แต่หากไม่เริ่มต้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น รัฐบาลได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง พร้อมระดมทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชนที่อยู่ในอุตสาหกรรมมาร่วมวางแผนเพื่อพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ไปด้วยกัน

“วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของมิติใหม่ที่จะเปิดโอกาสเปิดพื้นที่เปิดความฝันของคนไทย ที่จะเป็นผู้นำสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้มีพลังทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว