หน้าแรก การเมือง ชาวนา 4.68 ล้...

ชาวนา 4.68 ล้านครัวเรือน เฮรับไร่ละ 1 พัน นบข.ชงครม. ใช้งบ 5.6 หมื่นบาท

10.11.23 | 16:53 น.

ชาวนา 4.68 ล้านครัวเรือน เฮรับไร่ละ 1 พัน นบข.ชงครม. ใช้งบ 5.6 หมื่นบาท “ภูมิธรรม” ส่งซิกปรับเกณฑ์ใหม่

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่กระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลัง คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 2/2566 ว่า นบข. มีมติสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20ไร่ และไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อราย รวมใช้เงินทั้งสิ้น 56,321 ล้านบาท เป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะนำเสนอครม.ในวันที่ 14 พฤศจิกายน และเริ่มจ่ายเงินทันทีหลังมีมติครม. โดยผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร คาดว่าชาวนาจะได้รับเงินภายในเดือนพฤศจิกายน 
“ อย่างไรก็ตาม เงินช่วยค่าบริหารจัดการ 1 พันบาทนั้นในปีฤดูกาลผลิตหน้าจะพิจารณาอีกครั้ง จะไม่มีการจ่ายแบบเดิม แต่ละปรับเน้นการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าแทน โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปคิดวิธีการ ” นายภูมิธรรม กล่าว 
นายภูมิธรรม กล่าวว่า พร้อมกันนี้ นบข.ได้เห็นชอบตามมติครม. เมื่อวันที 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ได้เห็นชอบ โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี 2566/2667

ได้แก่ 1.เห็นชอบราคารับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิสด ความชื้นไม่เกิน 25% จะให้สินเชื่อตันละ 12,000 บาท และให้ค่าเก็บรักษาคุณภาพ ระยะเวลา 5 เดือน ตันละ 1,500 บาท ดังนั้น หากเกษตรกรที่เก็บรักษาผลผลิตด้วยตัวเองจะได้ เงินสินเชื่อ 13,500 บาทต่อตัน แต่กรณีชาวนาไม่มีที่เก็บต้องไปฝากสถาบันเกษตรหรือสหกรณ์ช่วยเก็บให้ สหกรณ์จะได้เงิน 1,000 บาท ส่วนเกษตรกรได้ 500 บาท โดยมีเป้าหมายดูดซับเปลือกหอมมะลิ ประมาณ 3 ล้านตัน

2. โครงการสินเชื่อสถาบันการเกษตร เข้าไปแทรกแซงตลาดหรือแย่งซื้อข้าวเปลือกในราคานำร่อง สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้นไม่เกิน 25% ตันละ 12,200 บาท เพื่อให้สูงกว่าราคาตลาดและเมื่อนำมาซื้อและขายได้แล้วจะต้องแบ่งกำไรให้กับชาวนา ตันละ 200-300 บาท เป้าหมายดูดซับ 1 ล้านตัน
ทั้ง 2 โครงการนี้ใช้งบประมาณจ่ายขาด 10,600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อ 44,437 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของการแรก ดอกเบี้ย ธ.ก.ส. รัฐบาลช่วยจ่าย แต่ในโครงการที่ 2 ดอกเบี้ย 4.50- 4.85% รัฐบาลจะช่วย ชดเชย 3.50-3.85% ขณะที่สถาบันการเงินจะชดเชยให้ 1% และทั้งนี้ เมื่อรวม 3 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวม 6.6 หมื่นล้านบาท

Advertisement