หน้าแรก การเมือง สกู๊ปหน้า 1 ม...

สกู๊ปหน้า 1 มติชน : เปิดแนว โละคำสั่ง คสช. ยกเครื่อง-ยึดหลัก ปชต.

12.11.23 | 05:45 น.

สกู๊ปหน้า 1 มติชน : เปิดแนว โละคำสั่ง คสช. ยกเครื่อง-ยึดหลัก ปชต.

รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เดินหน้าบริหารประเทศแบบ ควิกวิน ทันที ส่วนปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะคำสั่งและประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกเมื่อสมัยรัฐบาล คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้า คสช. นับร้อยฉบับ ที่แปรสภาพเป็นกฎหมายใช้บังคับ อันก่อให้เกิดอุปสรรคในการบริหารของรัฐบาลนั้น

ท่าทีของ เศรษฐา และฝ่ายกฎหมายของนายกรัฐมนตรี เห็นตรงกันว่าควรเป็นวาระสำคัญ นับตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่รัฐบาลในวันแรกๆ ว่าควรต้องรวบรวมคำสั่งและประกาศ คสช. ที่มีเนื้อหาที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล เพื่อดำเนินการยกเลิกไม่ให้มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายได้อีก

โดย เศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า แนวทางการยกเลิกคำสั่ง คสช.นั้น ต้องปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลด้วย ถ้ากฎหมายบางข้อไม่ได้ใช้แล้ว และเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต หรือการปฏิบัติหน้าที่ก็ควรยกเลิกไป ถ้าฉบับไหนยกเลิกไม่ได้ก็นำกลับเข้า ครม.ใหม่เท่านั้นเอง

รัฐบาลอยากให้รีบๆ ทำให้เสร็จ แต่ต้องไม่ขัดกับหลักนิติธรรมทั้งหมดโดยรวมของการบริหารจัดการประเทศ และการดำเนินธุรกิจของประเทศด้วย

Advertisement

สอดคล้องกับท่าทีของ พิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการยกเลิกประกาศหรือคำสั่ง คสช. ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่แต่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป็นประกาศหรือคำสั่งที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญว่า มีอยู่ทั้งสิ้น 167 ฉบับ

แนวทางการยกเลิกประกาศหรือคำสั่งเหล่านี้จะดำเนินการตามลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ถ้ามีศักดิ์เทียบเท่า พ.ร.บ. ต้องยกเลิกด้วยกระบวนการนิติบัญญัติ โดยออกเป็น พ.ร.บ.กลางขึ้นมา เพื่อให้ยกเลิกประกาศ หรือคำสั่ง คสช. แล้วให้ประกาศหรือคำสั่งที่สมควรยกเลิกบัญญัติไว้เป็นบทแนบท้าย แนวทางให้มี พ.ร.บ.กลาง เพื่อยกเลิกเป็นพวง จำนวนนี้มีทั้งสิ้น 71 ฉบับ อาทิ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 26/2557 เรื่อง การดูแล และสอดส่องการใช้สื่อออนไลน์ สำหรับประกาศ หรือคำสั่งที่มีศักดิ์เท่า พ.ร.บ. แต่เห็นว่ายังสามารถใช้ได้อยู่ จะปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ แล้วนำหลักการที่มีในประกาศ หรือคำสั่งไปบัญญัติไว้ในกฎหมายใหม่แทน จำนวนนี้มีทั้งสิ้น 37 ฉบับ

ส่วนประกาศ หรือคำสั่ง คสช.ที่ศักดิ์ต่ำกว่า พ.ร.บ. สามารถใช้วิธีการในฝ่ายบริหารยกเลิกได้ ด้วยการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา จำนวน 2 ฉบับ ยกเลิกได้ด้วยการออกกฎกระทรวง 2 ฉบับ และดำเนินการด้วยการออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี 55 ฉบับ เมื่อได้ความชัดเจนถึงแนวทางวิธีการตรงนี้แล้ว รัฐบาลจะรีบดำเนินการเพื่อเป็นการสังคายนาประกาศ และคำสั่ง คสช. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ท่าทีและจุดยืนของฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าง อดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธาน

คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุถึงแนวทางการยกเลิกคำสั่ง คสช. ตามอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติว่า คำสั่ง คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้า คสช. มีหลายระดับ ถ้าเป็นระดับเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ต้องใช้รัฐสภาแก้ไขให้เป็น พ.ร.บ. ถ้ามีศักดิ์เท่ากับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ใช้มติ ครม.ยกเลิกได้ แล้วแต่ศักดิ์ว่ากฎหมายฉบับนั้นมีศักดิ์อย่างไร ส่วนตัวเห็นด้วยมานานแล้ว แม้แต่คำสั่งคณะปฏิรูป คือ คำสั่งคณะปฏิวัติในอดีตที่ผ่านมา ควรจะยกเลิกไปในตัว เพราะการออกคำสั่ง คสช. ไม่ได้ออกโดยรอบคอบโดยสภา เป็นการออกโดยคณะบุคคล หรือบุคคลคนเดียว ย่อมไม่รอบคอบในการใช้กับประชาชนทั้งแผ่นดิน จึงเห็นด้วยเมื่อมี พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. ตามขั้นตอนก็เสนอเข้าสภาพิจารณา ผ่านขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา จากนั้นก็ประกาศใช้เป็นกฎหมาย คำสั่งนั้นอาจจะเปลี่ยนชื่อคำสั่งเป็น พ.ร.บ. เพื่อให้สอดคล้องกับห้วงเวลาของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่ควรจะมีคำสั่งต่างๆ โดยคณะปฏิวัติ เพราะต่างประเทศมองว่าถ้ามีกฎหมายคำสั่งคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูปในการสัมพันธไมตรี ในการลงทุนจะมีปัญหา ควรจะยกเลิกไปทั้งหมด

ส่วนการเสนอแก้ไข และยกเลิกคำสั่ง คสช. ผ่านที่ประชุมสภา จะใช้เวลาดำเนินการเท่าใด ประธานวิปรัฐบาลให้ความเห็นว่า อาจจะยกเลิกเป็นรายฉบับ หรือยกเลิกครั้งเดียวโดยมีรายชื่อของคำสั่งต่างๆ ที่ต้องการยกเลิก ก็อาจเป็นได้ เพราะในอดีตเคยยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเป็น พ.ร.บ.แล้ว ส่วนแนวทางการออกเป็น พ.ร.ก. เห็นว่าไม่ควรจะออก เพราะว่าเป็นความเห็นของฝ่ายบริหารฝ่ายเดียว ถ้าออกเป็น พ.ร.บ.จะได้ใช้สภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา พิจารณากฎหมายต่างๆ ให้เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ เป็นการรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน

สำหรับการดำเนินการของวิปรัฐบาล หาก ครม.เสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.มาให้สภาพิจารณา วิปรัฐบาลจะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าบรรจุระเบียบวาระ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามขั้นตอนกระบวนการพิจารณากฎหมาย โดยต้องผ่านความเห็นชอบ 3 วาระ จากนั้นจะส่งให้ที่ประชุมวุฒิสภา ให้ความเห็นชอบเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

วิปรัฐบาลมีความพร้อม ถ้ารัฐบาลส่งร่าง พ.ร.บ.มาให้พิจารณา ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะ ส.ส.คงเห็นตรงกันว่าคำสั่ง คสช.ไม่คู่ควรจะอยู่ในศักดิ์ของกฎหมาย ของประเทศไทย เพราะเรามาจากมือประชาชน พรรค พท.ยืนหยัดในเรื่องประชาธิปไตย หากเปลี่ยนไปแบบที่ผมพูดได้ ต่างประเทศก็จะเห็นด้วยในการที่จะมาร่วมมือ ร่วมลงทุน ผ่านกฎหมายที่เป็นประชาธิปไตย ของประเทศที่ยึดหลักการประชาธิปไตย ประธานวิปรัฐบาลระบุ