‘ณัฐชา’ มอง รบ.ยังไม่มีสภาพคล่อง ซัด ‘กู้เงินได้ กู้เงินเป็น’ เหมือน ‘รบ.ตู่’
‘ณัฐชา’ มอง รบ.ยังไม่มีสภาพคล่อง ซัด ‘กู้เงินได้ กู้เงินเป็น’ เหมือน ‘รบ.ตู่’ ถามเงินกู้ 5 แสนล้านไม่มีที่มาชัดเจน พรรคร่วมจะลงมติอย่างไร ไม่เห็นด้วย ถ้าศาล รธน.ชี้ขาด
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการดิจิทัลวอลเล็ตว่าแนวโน้มน่าจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน เพื่อมาใช้กับโครงการดังกล่าวว่า ขณะนี้สภาพคล่องของรัฐบาลไม่สู้ดี โดยตั้งแต่การคิดโครงการมาหาเสียงไม่ได้มองรอบด้านว่าเอาเงินมาจากไหน ถ้าในวันหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) บอกประชาชนว่าจะกู้เงินเพื่อเอามาแจก ตนไม่แน่ใจว่าประชาชนจะให้การยอมรับหรือไม่ แต่วันนี้ประชาชนถามหาที่มาของเงิน รัฐบาลบอกเดี๋ยวไปกู้มา ตนเชื่อว่าประชาชนหลายคนถ้ารู้ว่ากู้มาโดยไม่หาช่องทางรายได้เข้ามา ก็จะให้การยอมรับไม่ได้แน่นอน ในช่วงหาเสียงบอกว่าเป็นรัฐบาลที่ “หาเงินเป็น หาเงินได้” แต่วันนี้เป็นแบบ “กู้เงินได้ กู้เงินเป็น” ซึ่งไม่ต่างกับรัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แจกเงินแล้วประชาชนด่ากันทั้งประเทศ
“วันนี้รัฐบาลเศรษฐาเข้ามากำลังทำเหตุการณ์เดียวกับรัฐบาลประยุทธ์ เปลี่ยนเพียงแค่นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้แน่นอน” นายณัฐชากล่าว
เมื่อถามว่านโยบายดังกล่าวสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงตามที่รัฐบาลประกาศไว้หรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นโครงการ ฝั่งสนับสนุนก็บอกว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้นไม่ต่างจากแจกเช็ค 2,000 บาทในอดีต ซึ่งหลายคนมองว่านโยบายนี้ทำอะไรไม่ได้ เพียงแค่แจกเงินให้ประชาชนจับจ่ายเพื่อหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งเดียวเพื่อให้เศรษฐกิจเคลื่อนเป็นวงล้อ ซึ่งเป็นการประเมินทั้งสิ้น
ส่วนของเรามองว่าวันนี้ประชาชนเพิ่งผ่านสถานการณ์โควิดมา ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนต้องการในตอนนี้คือ การใช้หนี้คืน การแบ่งภาระลดดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด เพื่อเอาเงินสดไปใช้จ่ายคืนหนี้ที่จ่ายไปสมัยโควิด ตนเองเป็น ส.ส.เขตลงพื้นที่ ประชาชนก็บอกว่าอยากใช้หนี้ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถที่ค้างอยู่ คำตอบคือ ดิจิทัลวอลเล็ต ใช้งานไม่ได้
ต่อข้อถามว่าถ้ามีการเสนอกฎหมายเข้าสภาจะคัดค้านหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า เงินกู้ 5 แสนล้าน เป็นเงินกู้ที่ไม่มีรายละเอียด 5 แสนล้านในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ยังพอรู้ว่าเอามากู้วิกฤตโควิด แต่วันนี้ 5 แสนล้านของรัฐบาลเศรษฐา เป็น 5 แสนล้านที่ไม่ต้องการผิดคำพูด และเสียหน้าเท่านั้นเอง สุดท้ายส่งเข้าสภามาทาง ส.ว.จะให้ผ่านหรือไม่ ตนคิดว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่จะเข้าสภามีหลายคนวิจารณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้หาเสียงนโยบายนี้ไว้ วันนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่พรรคร่วมรัฐบาลจะลงมติอย่างไรกับการสนับสนุนที่เขาไม่ได้หาเสียงไว้
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการพูดถึงให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด มองว่าเรื่องนี้จะไปถึงขั้นนั้นได้หรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า ถ้าไปถึงศาลรัฐธรรมนูญตนไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่ใช่อำนาจของฝ่ายตุลาการ แต่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารถ้ามีเสถียรภาพพอ โดยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องพูดคุยกัน

