เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือสั่งการ “ด่วนที่สุด” ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เรื่องการเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยระลอกใหม่ที่อาจเกิดในช่วงวันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป ถึงรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ส่วนหน้า (บก.ปภ.ช.สน.) /เลขาธิการปภ.ชาติ/อธิบดีทุกกรม/ผวจ.จังหวัดภาคใต้/นอภ.และผู้บริหาร อปท.ภาคใต้ทุกจังหวัดว่า
ตามที่หน่วยงานพยากรณ์สภาพอากาศได้รายงานต่อที่ประชุม บก.ปภ.ช.ว่าตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป ที่อาจเกิดภาวะฝนตกหนักพื้นที่ภาคใต้ระลอกใหม่ และเมื่อวันที่ 14 มกราคม ได้ประชุมซักซ้อมเตรียมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุและแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมไปแล้วโดยได้ประชุมร่วมทางไกลไปยังพื้นที่ด้วยนั้น ขอย้ำแนวทางให้ถือปฏิบัติดังนี้
1.ขณะนี้มีการประกาศยกระดับภัยจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว จึงให้จังหวัดแต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดจาก ปภ.จังหวัดเป็นระดับ รอง ผวจ.หรือปลัดจังหวัด ในระดับอำเภอให้มอบหมายปลัดอำเภออาวุโสรับผิดชอบแทนปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงหรือปลัดป้องกันส่วนพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นให้มอบหมายปลัด อปท.แทน ผอ.กองป้องกันบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น ทั้งนี้ขอให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานได้ประชุมเน้นย้ำและกำกับติดตามงานโดยใกล้ชิด รวมทั้งให้มีการระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกหน่วยมาร่วมงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยให้พร้อมเพรียงกันตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ไม่ควรอ้างคำสั่งแบ่งงานตามภาวะปกติเพื่อปฏิเสธงานหรือความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด
2.พื้นที่ที่คาดว่าอาจเกิดเหตุน้ำท่วมสูงในรอบนี้คือ บริเวณที่ลุ่มต่ำ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.รอบทะเลน้อย จ.พัทลุง ต่อเนื่องทะเลสาบสงขลาบริเวณ อ.ระโนด นั้น ขอให้ ผวจ.ในพื้นที่ได้ประสานงานกับหน่วยทหารเรือและ/หรือหน่วยชลประทานและหน่วยต่างๆ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและ/หรือเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ดังกล่าวล่วงหน้าเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ไว้ก่อนตามข้อตกลงในการประชุมเมื่อวันที่ 14 มกราคม ทั้งนี้ขอมอบหมายให้ รอง อ.ปภ.ตรวจสอบ (check list) กับ หน.สปฉ.ประจำ บก.ภ.ช.ส่วนกลางว่าได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดได้สนับสนุน บก.ปภ.ช.(สน.) และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่แล้วหรือไม่
3.เมื่อเกิดน้ำท่วมจนเกิดพื้นที่วิกฤตขอให้แต่งตั้ง ผบ.เหตุการณ์เป็นการเฉพาะเพื่อเข้าไปรับผิดชอบพื้นที่โดยตรงเพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนตามขั้นตอนต่างๆ ที่ได้แจ้งไปแล้ว (5 ขั้นตอนบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต) เหมือนการดำเนินการที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
4.ขณะนี้มีการอนุมัติให้ขยายวงเงินงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯเป็นจังหวัดละ 50 ล้านบาท พร้อมทั้งได้ยกเว้นระเบียบให้จังหวัดสามารถใช้งบฯดังกล่าวแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในเรื่องต่างๆ ได้แล้ว เช่น การซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนหน่วยงานทหารหรืออื่นๆ ที่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ มาแก้ไขปัญหาให้พื้นที่ จึงขอให้จังหวัดศึกษาระเบียบแนวทางใหม่ดังกล่าวให้เข้าใจ โดยอาจมอบคลังจังหวัดหรือ บก.ปภ.ช. (ส่วนหน้า) หรืออาจขอให้สำนักงานคลังเขตเข้ามาดูแลเรื่องระเบียบดังกล่าวให้ผู้ปฏิบัติด้วยก็ได้
5.ขอให้วางแผนการบริหารการแจกจ่ายถุงยังชีพต่างๆ ให้เป็นระบบและทั่วถึงครอบคลุมผู้ประสบภัยทุกครัวเรือนซึ่งในที่ประชุม กอ.ปภ.ช.ได้มอบหมายหน่วย พม.รับผิดชอบจัดทำแผนการแจกจ่ายในระดับจังหวัด ส่วนในระดับพื้นที่ให้พิจารณามอบหมายสำนักงานพัฒนาชุมชนหรือขอความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษาเข้ามารับผิดชอบดำเนินการ ขณะเดียวกันในจุดวิกฤตหรือที่พักพิงผู้ประสบภัยให้พิจารณาจัดตั้งครัวเคลื่อนที่หรือแจกจ่ายอาหารปรุงเสร็จซึ่งต้องดูแลเรื่องอนามัยความปลอดภัยจากสิ่งสกปรกด้วย
6.พื้นที่ที่ภัยยุติหรือน้ำลดแล้วให้มอบหมาย อปท.และหน่วยงานสาธารณสุขและ/หรืองานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าไปดำเนินการเร่งทำความสะอาด (big cleaning) พ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด (เป่าล้าง) บ่อบาดาล/ท่อน้ำประปาหมู่บ้าน/ชุมชนรวมทั้งจัดทีมแพทย์ไปแนะนำการป้องกันโรคหลังน้ำท่วม เช่น โรคฉี่หนู/โรคตาแดง/ท้องร่วง/ไข้หวัดไว้ด้วย
7.ขณะนี้มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างน้ำท่วมมากขึ้นโดยไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมโดยตรง จึงให้จังหวัดและหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำ บก.ปภ.ช. (สน.) ได้เร่งชี้แจงทำความเข้าใจและ/หรือแนะนำเกี่ยวกับการใช้ความระมัดระวังการใช้ชีวิตระหว่างน้ำท่วมให้กว้างขวางด้วย
8.ขอให้จังหวัดเร่งรัดส่งรายงานสถานภาพครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยที่เสียชีวิตแล้วมายังบก.ปภ.ช. ภายในเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มกราคมด้วย
9.ขอให้จัดทำระบบการรับเงินบริจาคหรือการใช้เงินบริจาคให้ถูกต้องตามระเบียบและมีความรัดกุมโปร่งใสโดยอาจมอบหมายให้คลังจังหวัดหรือเสมียนตราหรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเข้ามารับผิดชอบดำเนินการประจำ กอ.ปภ.จ./อำเภอและ อปท.ด้วยก็ได้
10.ในพื้นที่ จ.ยะลา/นราธิวาส/ปัตตานี/ระนอง หรือพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วขอให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านต่างๆ รวมทั้งการเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามระเบียบต่างๆ ให้เรียบร้อยและรวดเร็วรวมทั้งให้ศึกษาทบทวนแผนปฏิบัติงานเดิมที่ไม่ประสบผลสำเร็จ (lesson learned) และพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงวางแนวทางและโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว เช่น การแก้ไขสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ/การสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ (แก้มลิง)
“ประการสำคัญให้นำแนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแนวทางไว้ให้แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ด้วย” นายกฤษฎาระบุ

