‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นผู้ตรวจการฯส่งศาลรธน.วินิจฉัยนโยบายเงินดิจิทัล ขัด รธน.-กม.คลังหรือไม่ ชี้แจกเงินหวังผลการเมืองชัดเจน

13.11.23 | 11:44 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรธน.วินิจฉัย นโยบายเงินดิจิทัล ชี้กู้เงินมาแจก ขัดรธน. – กฎหมายการคลัง หวังผลการเมืองชัดเจน เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรัฐบาลตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 140 ประกอบพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2560 มาตรา 53 หรือไม่ โดยมีนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูดมาตลอดว่า จะไม่กู้เงินมาเพื่อทำโครงการนี้ แต่กลับกลืนน้ำลายตัวเอง ใช้ช่องทางการกู้เงินมาแจก เพื่อหวังความนิยมทางการเมือง นอกจากเป็นการตระบัดสัตย์ของผู้นำประเทศ ยังเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า การจะกู้เงิน จะทำได้เฉพาะที่เป็นไปตามกฎหมายว่า ด้วยเงินงบประมาณ หรือที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลัง เว้นแต่มีกรณีจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องไปดูพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง โดยมาตรา 53 เขียนชัดเจนว่า การจะกู้เงินนั้น นอกจากต้องมีเหตุตามกฎหมายว่า ด้วยการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว จะมีเงื่อนไขว่า ต้องมีเหตุเร่งด่วน และต้องใช้ความต่อเนื่องในการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ และตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ทัน แต่ สถานการณ์ของประเทศไม่มีเหตุอะไรจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องกู้เงินเลย

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า นายกฯ แถลงมาโดยตลอดว่า จะใช้เงิน 5 แสนล้านบาท ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วจบเลย จึงไม่ใช่เรื่องของความต่อเนื่อง แต่ที่จะต่อเนื่องก็มีแค่คนไทยทั้ง 70 ล้านคน ต้องมาใช้หนี้ และดอกเบี้ยเงินกู้ในภายหลัง ส่วนการแก้ปัญหาวิกฤตเศษฐกิจประเทศยังห่างไกลมาก แต่ถ้าจะอ้างว่า ประเทศมีวิกฤตเศรษฐกิจ เป็นทั้งโลก แต่ถ้าจะอ้างข้อนี้ทำไมต้องมาออกเป็นพระราชบัญญัติ ไม่ออกเป็นพระราชกำหนดไปเลย ขณะที่การตั้งงบประมาณไม่ทันนั้น ยิ่งไม่เข้า เพราะพ.ร.บ.งบประมาณ 2567 ยังอยู่ในวาระการพิจารณา ตั้งงบฯ ของหน่วยงานราชการ ยังไมมีการเสนอต่อสภา ถ้าจะใช้ช่องทางนี้รัฐบาลสามารถบรรจุโครงการเข้าไปในงบฯ 2567 ได้เลย แต่ที่ไม่ทำ เพราะจะทำให้พ.ร.บ.งบประมาณขาดทุนอย่างบักโกรก ขาดดุลมหาศาล จึงมาช้วิธีการออกพ.ร.บ.กู้เงินแทน

Advertisement

“พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังมาตรา 9 กำหนดไว้ชัดเจนว่า การดำเนินโครงการจะต้องไม่เป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมือง แต่การแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท นายกฯ มาแถลงว่าจะทำโครงการนี้แล้วบอกว่า จะไปหารือกับกฤษฎีกา ทำไมจึงไม่หารือให้มีความชัดเจนก่อนว่า ทำได้หรือไม่ได้ แล้วค่อยมาแถลงเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของการเมืองล้วนๆ เป็นการหวังสร้างความนิยมทางการเมืองชัดเจน ไม่มีเจตนาที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ไม่มีเหตุผลอื่นเลย นายกฯ พูดมาตลอดว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจมีความรู้ความสามารถ บริหารกิจการเรียลเอสเตจมีกำไรมากมาย จึงสามารถบริหารจัดการเงินที่จะเอามาใช้ในโครงการนี้ได้ แต่สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเอง ตระบัดสัตย์ตัวเอง ออกพ.ร.บ.เงินกู้เพื่อไปใช้ในโครงการนี้ ซึ่งทำให้ต่อไปคนไทยต้องจ่ายภาษีใช้หนี้ให้โครงการนี้ ไม่ว่าจะยากดี มีจน แม้แต่คนที่ไม่เข้าข่ายว่าจะต้องได้เงิน 1 หมื่นบาท ก็ต้องมาร่วมใช้หนี้ด้วย ฉะนั้นความเป็นนักบริหารมืออาชีพที่อ้างก็เป็นเพียงโฆษณาช่วนเชื่อ หลอกลวงประชาชนมาโดยตลอด จะใช้เงินแล้วใช้การกู้เงินแบบนี้เด็กอมมือก็กู้ได้ ไม่ต้องป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากู้หรอก” นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นประชาชนทำเองไม่ได้ ตนจึงมายื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และในวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะตอนยื่นนโยบายที่จะใช้หาเสียงต่อกกต. จะไม่ใช้เงินกู้ จะใช้เกลี่ยจากกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ และ ใช้เงินสำรองที่มีอยู่กว่าแสนล้านบาท ไม่เกี่ยวกับการกู้เงินเลย ซึ่งตนก็โอเคถ้าไม่ไปกู้มาแจก ก็พอจะหยวนๆ กันได้ แต่กลับมาออกพ.ร.บ.เงินกู้ อาจจะขัดกับมาตรา 57 พ.ร.ป.พรรคการเมืองและการที่ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่กู้ แต่สุดท้ายมาแถลงจะกู้ สะท้อนว่า เป็นผู้นำประเทศ กำลังสร้างผลประโยชน์ส่วนตัว เข้าข่ายขัดจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง ซึ่งจะไปยื่น ป.ป.ช. ในวันศุกร์ 17 พฤศจิกายน นี้

ด้าน นายปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้มีคำร้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่ที่ผู้ตรวจฯ 5 เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ตรวจฯ เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ก็ต้องเร่งรัดการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า จะใช้เวลานานเท่าไหร่