‘เศรษฐา’ บินถึงมะกัน จัดโปรชู กม.พิเศษ ‘แลนด์บริดจ์’ ดึงนักลงทุน จับตาชง ครม.ขึ้นน้ำตาล 2 บาท
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงนครซานฟรานซิสโก เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก 2023 (เอเปค 2023) ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 12-19 พฤศจิกายน โดยนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการโรดโชว์โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือแลนด์บริดจ์ เพื่อเชิญชวนนักลงทุน ว่าจะใช้โอกาสในการเดินทางเข้าร่วมประชุมเอเปคเชิญชวนนักลงทุนให้มาลงทุนในโครงการ ซึ่งจะทำให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ และจะขยายเป็นฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะภาคการเกษตร แต่จะมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเกิดขึ้นด้วยและจะยกระดับรายได้ประชาชน เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น
“ส่วนมาตรการจูงใจนักลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีมาตรการทางภาษี พลังงานสะอาดที่รัฐบาลให้ความสำคัญ การบริหารจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางการบิน มีรถไฟความเร็วสูง มีท่าเรือแหลมฉบังสำหรับโลจิสติกส์ แลนด์บริดจ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นปัจจัยสำคัญให้นักลงทุนตัดสินใจ ขณะที่มิติสังคมประเทศไทยไม่แตกแยกเท่าบางประเทศ นักลงทุนต่างชาติจะดูตรงนี้เป็นหลัก และมีโรงเรียน สถานพยาบาลที่มีมาตรฐานระดับโลก เป็นปัจจัยต่อการตัดสินใจของนักลงทุน” นายกฯกล่าว
ขณะที่ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายกฯได้กล่าวพูดในหลายๆ เวที มีหลายประเทศให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์ รวมทั้งสหรัฐก็ให้ความสนใจ การโรดโชว์ครั้งนี้เพื่อต้องการมารับฟังความเห็นของนักลงทุนว่ามีปัจจัยอะไรที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสุนน มุมหนึ่งในการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์คือ เรื่องกฎหมายจะต้องมีกฎหมายพิเศษลักษณะเดียวกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีซีซี) จากนั้นจะนำความเห็นจากการโรดโชว์ไปประมวลว่าสิ่งใดสามารถทำได้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน หรือมีอะไรที่จะต้องเพิ่มเติม
รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 14 พฤศจิกายน คาดว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการพิจารณาราคาน้ำตาลทรายตามข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารความสมดุลในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่ออนุมัติให้ราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานปรับขึ้นประมาณ 2 บาทต่อ กก. เป็นระดับ 21-22 บาทต่อ กก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 19-20 บาทต่อ กก. เนื่องจากต้นทุนการผลิตอ้อยฤดูการผลิต 2565/66 สูงขึ้นมากจากราคาปุ๋ยและน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตลอดจนต้นทุนอื่นที่ปรับสูงขึ้นมากเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเผชิญกับภัยแล้งจนผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อย (ยิลด์) ลดลงมาก เหลือ 9-10 ตันต่อไร่ จากเฉลี่ย 10-11 ตันต่อไร่ และเคยสูงสุดถึง 12 ตันต่อไร่

