สรุปบทเรียนความล้มเหลว ส่ง ‘ตำรวจจีน’ ลาดตระเวนที่อิตาลี
จากกรณีข่าวผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะพูดคุยกับสถานทูตจีน วันที่ 15 พฤศจิกายน เกี่ยวกับ โครงการลาดตระเวน ที่จะเอาตำรวจจากประเทศจีนมาลาดตระเวนในประเทศไทยตามเมืองท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เหมือนกับที่เคยประสบความสำเร็จที่ ประเทศอิตาลี แต่ยังไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนและเมือง
ก่อนที่ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า พวกกลุ่มคนจีนสีเทามีความเกรงกลัวตำรวจจีนด้วยกันเอง และนักท่องเที่ยวจีนจะรู้สึกปลอดภัยเป็นพิเศษจากพวกเกเรทั้งหลายที่เป็นคนจีนด้วยกัน แต่มารังแกคนจีนที่มาท่องเที่ยวไทย หากมีตำรวจจีนมาช่วยดูแลเขาจะรู้สึกเชื่อมั่นเป็นพิเศษ ดังนั้น ตำรวจของไทยจึงคิดว่ากลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการกำราบกลุ่มจีนสีเทา คือขอให้ตำรวจจีนเป็นผู้ช่วยในการปฏิบัติงาน พร้อมย้ำว่า ข่าวที่จะให้ตำรวจจีนมาตระเวนดูแลความปลอดภัยไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ความจริงเพียงแค่มาร่วมมือทำงานและให้ข้อมูลเบาะแสเพื่อให้ตำรวจไทยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าวการดึงตำรวจจีนมาลาดตระเวน ซึ่งอ้างว่าเคยประสบความสำเร็จในอิตาลีมาแล้วนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์ เคยรายงานเมื่อเดือนธันวาคมปี 2565 ว่า อิตาลีเตรียมที่จะระงับไม่ให้ตำรวจของจีนทำการลาดตระเวนร่วมกับตำรวจของอิตาลีในดินแดนของประเทศอิตาลี ตามรายงานของ นายมัตเตโอ ปิแอนเตโดซี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของอิตาลี ที่ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อิล โฟกลิโอ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 หลังมีรายงานว่าจีนได้มีปฏิบัติการในลักษณะเดียวกับตำรวจในต่างประเทศ
Safeguard Defenders กลุ่มสิทธิในประเทศสเปน ได้เผยแพร่รายงานเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2565 และช่วงต้นเดือนธันวาคมปีเดียวกัน โดยบอกว่า มีหลักฐานว่าจีนได้ใช้ “หน่วยให้บริการ” ของจีน จำนวน 102 แห่งใน 53 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี 11 แห่ง เพื่อกดดันชาวจีนบางคนที่อพยพไปอยู่ในต่างประเทศให้กลับมารับทราบข้อหาอาชญากรรมในประเทศบ้านเกิด โดยระบุว่า ปฏิบัติการในลักษณะดังกล่าวผิดกฎหมายและพุ่งเป้าเล่นงานผู้เห็นต่าง
ต่อมา ทางการจีนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยบอกว่าหน่วยให้บริการที่ว่านี้เป็นศูนย์ที่ดำเนินงานโดยอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือชาวจีนต่ออายุเอกสารต่างๆ และให้บริการอื่นๆ ที่หยุดชะงักไปในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19
นอกจากนั้นแล้ว Safeguard Defenders ให้ข้อมูลอีกว่า หน่วยให้บริการของจีนในอิตาลีมีความเชื่อมโยงกับข้อตกลงทวิภาคีที่ได้ทำไว้ในปี 2015 ที่ให้ตำรวจจีนเข้าร่วมการลาดตระเวนกับตำรวจอิตาลีในกรุงโรม มิลาน เนเปิลส์ และเมืองอื่นๆ โดยนายปิแอนเตโดซีกล่าวว่า
“ผมบอกได้ว่าความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นและจะไม่ถูกทำซ้ำในลักษณะอื่นๆ อีก”
นายปิแอนเตโดซีได้กล่าวต่อรัฐสภาในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2022 ว่า ข้อตกลงลาดตระเวนร่วมกับตำรวจจีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้ง “หน่วยให้บริการ” ในอิตาลี และการลาดตระเวนร่วมดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปี 2016-2019 ก่อนที่จะถูกระงับไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ เล็งดึงตำรวจจีนลาดตระเวนเมืองท่องเที่ยวหลัก-รอง หวังกระตุ้นความเชื่อมั่นเพิ่ม
- ‘โฆษกรบ.’ แจงข่าวตร.จีน ลาดตระเวนในไทย คลาดเคลื่อน แค่ร่วมมือทำงาน ให้เบาะแสปราบทุนสีเทา
- ‘โรม’ นำทีมกมธ.มั่นคงหารือ ‘บิ๊กต่อ’ ปมส่วยสติ๊กเกอร์-คืบหน้าคนไทยในเล่าห์กาย ค้านดึงตร.จีนลาดตระเวน
- ปธ.ท่องเที่ยวเชียงใหม่ แนะให้ตร.จีนทดลองลาดตระเวน 6 เดือน ช่วยกรองทุนสีเทาใน นทท.
- ‘นายกฯ’ ขอความเป็นธรรม ยันไม่ได้สั่ง ตร.จีน ลาดตระเวนไทย ผู้ว่าการ ททท.อาจสื่อสารผิดพลาด
- ย้อนดูปม ‘นทท.จีน’ ขยาดมาไทย พิษหนัง No More Bets เผยปท.เพื่อนบ้านโวยลั่น

