กลุ่มผู้ประกอบการสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ วอน รบ.ผ่อนปรนมาตรการเปิด-ปิด ขายเครื่องดื่ม หวังผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ด้านท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 (สำนักงาน ก.พ. เดิม) กลุ่มผู้ประกอบการสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ นำโดย นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย และนางสาวเขมิกา รัตนกุล นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอให้ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้เติบโตครอบคลุมในทุกมิติ อย่างสมดุลและยั่งยืน ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วน ที่จะผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพื่อการกระตุ้นการฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน
โดยตั้งเป้าหมายด้านรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 ไว้ที่ 3.3 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน และนักท่องเที่ยวชาวไทย 200 ล้านคนต่อครั้ง นั้นจึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องบูรณาการการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งระบบและครอบคลุมในทุกมิติเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยคำนึงถึงความสอดคล้องต่อบริบทที่หลากหลายของการท่องเที่ยวทั้งภาคกลางวันและภาคกลางคืน ตลอดจนธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องรวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม ในการนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ จำเป็นต้องทบทวนการดำเนินงานเพื่อให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ ในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน เร่งเพิ่มขีดความสามารถและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ แผนงาน และขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ประเทศไทย
ซึ่งมีการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งใน 11 สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้ความร่วมมือกับภาคเอกชน และเป็นที่น่ายินดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือ กลไกที่สำคัญอย่างยิ่งวดต่อการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนั้น จึงต้องเร่งผลักดันการขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ด้านการท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น
เพื่อนำประเทศไทยสู่การเป็นประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของโลกที่ได้รับความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความหลากหลาย ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า สามารถตอบสนองและสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่และกลุ่มที่มีคุณภาพและมีระดับการจับจ่ายใช้สอยสูง แต่ก็ยังคงมีปัญหา อุปสรรค และความไม่มั่นใจในการดำเนินธุรกิจสืบเนื่องจากมาตรการและกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงขอโปรดพิจารณาข้อเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการ ให้สามารถขับเคลื่อนวิถีใหม่ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่
1. พิจารณาปรับปรุง ยกเลิกมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ล้าสมัย หรือเป็นอุปสรรคต่อการ
ประกอบการหรือสร้างภาระเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการ ไม่ได้สัดส่วนกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ลดทอนบรรยากาศและภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว รวมถึงกระทบสิทธิของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ทั้งนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ยกระดับประสิทธิผลของมาตรการให้สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวและยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ของภาครัฐ ดังข้อเสนอแนะของสำนักงาน ป.ย.ป. และสำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกา
1.1 พิจารณาปรับปรุงกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลัง 24.00 น. และอนุญาตให้
ร้านอาหารและเครื่องดื่ม สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สามารถขายและให้บริการเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 2.00 น.
1.2 พิจารณายกเลิกการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00 – 17.00 น. ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2558
1.3 พิจารณากำหนดให้การขาย การให้บริการ และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติสามารถกระทำได้ตลอดเวลา
1.4 พิจารณายกเลิกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา หรือหอพักบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ. 2558 เนื่องด้วยมาตรการห้ามขายสุราในเชิงพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเหมารวม ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจโดยตรง เช่น โรงแรมที่พัก ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงห้างสรรพสินค้า สร้างความไม่สะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป
1.5 พิจารณาปรับปรุงมาตรการจำกัดการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความชัดเจน โดยให้การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ราคาสินค้า ภาพสินค้า และเครื่องหมาย ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจซื้อ และเป็นข้อเท็จจริง สามารถกระทำได้ ณ สถานที่ขาย เช่น ในบริเวณร้านค้า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในรายการอาหาร สถานบริการ ผับ บาร์ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการจำกัดการโฆษณาซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการโฆษณาเกินความจริงหรือเพื่อ ชักจูงใจให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้น หรือชักจูงใจเยาวชน ลดอุปสรรคของผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงคงไว้ซึ่งสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นและพอเพียงต่อการตัดสินใจซื้อหรือบริโภคของลูกค้าและนักท่องเที่ยว

2. เร่งกำหนดพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Special Socialized and Night Tourism
Zone) เพื่อเป็นซอฟต์เพาเวอร์ผลักดันให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการสังสรรค์และความบันเทิงยามค่ำคืน และเป็นชาติผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่ครบวงจรและปลอดภัยในระดับโลก ได้แก่
1) กรุงเทพมหานคร : ถนนข้าวสาร ถนนสีลม (ซอยพัฒน์พงษ์ และซอยธนิยะ) ถนนรัชดาภิเษก ถนนสุขุมวิท (ซอยสุขุมวิท 11 ชอยคาวบอย ซอยนานา ซอยทองหล่อ และซอยเอกมัย) 2) จังหวัดภูเก็ต : ซอยบางลา 3) เมืองพัทยา 4) จังหวัดสุราษฎร์ธานี : หาดเฉวง เกาะสมุย และหาดริ้น เกาะพะงัน 5) พังงา : เขาหลัก 6) กระบี่ : อ่าวนาง 7) ประจวบคีรีขันธ์ : เมืองหัวหิน 8) จังหวัดสงขลา : เมืองหาดใหญ่ เมืองสะเดา 9) จังหวัดเชียงใหม่ : ถนนนิมมานเหมินทร์
3. เสริมสร้างความร่วมมีอระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาศักยภาพและทักษะแก่
บุคคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการ เช่น การสร้างจิตสำนึกการให้บริการอย่างรับผิดชอบ (Serve Responsible Program) พัฒนาทักษะการบริการและการสื่อสาร ความเข้าใจและเคารพในวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่าง (Inclusion and Diversity) ความรู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ เป็นต้น เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและเพิ่มโอกาสการเติบโตในหน้าที่งาน นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการดื่มอย่างพอประมาณ (Moderation) และการสร้างความตระหนักรู้ต่อผลกระทบจากการดื่มอย่างเป็นอันตราย เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ของทั้งผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ด้านการท่องเที่ยวและบริการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงาน ทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยมีนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้รับหนังสือดังกล่าวไว้เพื่อนำเรียนนายกฯ เพื่อโปรดทราบและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป




