หน้าแรก การเมือง อันนา แนะ ‘ยู...

อันนา แนะ ‘ยูนิเซฟ’ คิดใหม่ โดนองค์กรเด็ก ‘หนุนคุกคามเยาวชน’ ยังจะทำงานร่วมไหม ?

14.11.23 | 14:11 น.

อันนา ยื่น ‘ยูนิเซฟ’ คิดใหม่อีกที เคยถูกเจ้าหน้าที่ ‘กรมกิจการเด็กฯ’ คุกคาม ยังจะทำงานร่วมไหม?

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ในเวทีสานพลังเพื่อคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพฯ น.ส.อันนา อันนานนท์ หรืออันนา นักกิจกรรมทางการเมือง และอ็อกฟอร์ด ชาญชัย ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯคุกคามในกรณีวันที่ 15 เมษายน 2565 ได้เข้ายื่นหนังสือถึงคิมคยองซอน ตัวแทนยูนิเซฟประเทศไทย

โดยยื่นผ่าน นายปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล เจ้าหน้าที่งานคุ้มครองเด็ก ยูนิเซฟ โดยยื่นในเรื่องการทำงานร่วมหรือเป็นพาร์ตเนอร์กับองค์กรที่มีประวัติละเมิดสิทธิเด็กและคุกคามเด็ก

ทั้งนี้ อันนาได้ระบุว่าการกระทำของกรมกิจการเด็กและเยาวชนนั้น ได้ละเมิดนโยบายคุ้มครองเด็กสำหรับบุคลากร อาสาสมัครและพาร์ตเนอร์ที่เป็นพันธมิตร (Child Safeguarding Code of Conduct for all staff and volunteers engaged with UNICEF and Implementing Partners) จึงได้ขอให้ยูนิเซฟพิจารณาและทบทวนการร่วมมือกับกรมกิจการเด็กและเยาวชนใหม่ ผู้ที่ทำงานโดยอ้างว่าคุ้มครองเด็กควรต่อต้านผู้คุกคามเด็ก ไม่ใช่เข้าร่วมกับผู้คุกคามเด็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจดหมายเปิดผนึกที่ น.ส.อันนา ยื่นถึงตัวแทนยูนิเซฟประเทศไทย มีเนื้อหาดังนี้

Advertisement

ถึง คุณคิมคยองซอน ในฐานะตัวแทนประเทศไทย
เรื่อง ขอแสดงความกังวลต่อเรื่องการร่วมมือกับบุคคล หรือองค์กรที่คุกคามและละเมิดสิทธิเด็ก

ตามที่ยูนิเซฟประเทศไทยได้ระบุในหน้าเว็บไซต์ มีใจความว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชนเป็นหนึ่งในองค์กรพาร์ตเนอร์ของยูนิเซฟ นั่นทำให้ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชน ต้องปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองเด็ก สำหรับบุคลากร อาสาสมัครและพาร์ตเนอร์ที่เป็นพันธมิตร (Child Safeguarding Code of Conduct for all staff and volunteers engaged with UNICEF and Implementing Partners) โดยมีรายละเอียดข้อที่ต้องปฏิบัติตาม คือ “ฉันจะไม่ใช้ภาษาหรือพฤติกรรมดังกล่าวต่อเด็กไม่เหมาะสม เหมารวม ล่วงละเมิด ล่วงละเมิด ยั่วยุทางเพศ ดูหมิ่น หรือไม่เหมาะสมทางวัฒนธรรม”

โดยในระยะเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิและคุกคามจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ข้าพเจ้าได้สูญเสียความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ข้าพเจ้าสูญเสียสุขภาพทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย โดยระยะเวลาที่ผ่านมากรมกิจการเด็กและเยาวชน มิเคยได้กล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการต่อครอบครัวข้าพเจ้า อีกทั้งข้าพเจ้ายังไม่เคยได้รับการเยียวยาต่อเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการคุกคาม เป็นที่ชัดแจ้งว่ากรมกิจการเด็กและเยาวชน ในฐานะพาร์ตเนอร์ที่เป็นพันธมิตร ละเมิด และไม่ปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองเด็ก ดังที่กล่าวมา ข้าพเจ้าจึงขอให้ยูนิเซฟประเทศไทย ทบทวนและพิจารณาการร่วมมือกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้ที่ทำงานโดยอ้างว่าคุ้มครองเด็ก ควรต่อต้านผู้คุกคามเด็ก หาใช่เข้าร่วมกับผู้คุกคามเด็ก

ด้วยความเคารพ

อันนา อันนานนท์