มองจากมุมแห่งความจัดเจนทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นความจัดเจนในแบบ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นความจัดเจนในแบบ พรรครวมไทยสร้างชาติ
ความเชื่อมั่นของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ต่ออนาคตของร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อขับเคลื่อน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ว่าจะไม่รอด
แม้จะดำเนินไปอย่าง “ท้าทาย” แต่ “ไร้เดียงสา” อย่างยิ่ง
เป็นไปได้อย่างไรที่ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อขับเคลื่อน “ดิจิทัลวอลเล็ต” จะไม่ผ่านความเห็นของของ “กฤษฎีกา” เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่ผ่าน “รัฐสภา”
ในเมื่อคำแถลงจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.เงินกู้อยู่ในมือของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว
ในเมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามนโยบายของรัฐบาลอันผ่านการแถลงมาแล้ว และมีความพยายามปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอ ไม่ว่าจะมาจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะมาจาก สภาพัฒน์
ความมั่นใจของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จึงสะท้อนความไม่เข้าใจต่อระบบอันเป็นเงาสะท้อนแห่ง “ระบอบ” ที่ดำรงอยู่
อนาคตของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ต่างหากที่อาจ “ไม่รอด”
หากยอมรับการดำรงอยู่ของรัฐบาลปัจจุบันมีพื้นฐานมาจากการทำข้อตกลงอันแสดงออกผ่านสถานการณ์รูปธรรมในวันที่ 22 สิงหาคม ก็จะมองเห็นทางสะดวก
ไม่ว่าจะผ่านบรรทัดฐานอันเกิดขึ้นที่ “ดอนเมือง” ไม่ว่าจะผ่านบรรทัดฐานอันเกิดขึ้นในที่ประชุมรัฐสภาที่ “เกียกกาย”
พื้นฐานที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคเพื่อไทยมิได้อยู่ที่จำนวน 141 เสียงเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมาจากพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ
ยิ่งกว่านั้นพลันที่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ลุกขึ้นขานชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ก็ยิ่งสร้างความชอบธรรมให้กับการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรครวมไทยสร้างชาติ
นี่คือหลักประกัน ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการของ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการของ วุฒิสภา ดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้เกิดการถอยกลับโดย “กฤษฎีกา”
ไม่ว่าเกจิทางการเมืองระดับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าเกจิทางการเมืองในระดับ นายวราวุธ ศิลปอาชา ล้วนเห็นตรงกันว่าการฟันธงของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สะท้อนอ่อนหัด ไร้เดียงสา
เด่นชัดยิ่งว่าเป็นการฟันธงอันไม่สอดรับกับ “ความเป็นจริง”
ยิ่งเมื่อ นายชัยธวัช ตุลาธน ได้สำแดงความเชื่อมั่นต่อร่าง พ.ร.บ.กู้เงินไปในทิศทางเดียวกันกับของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ยิ่งมองเห็นอนาคตของพรรคก้าวไกล
ยิ่งเห็นเด่นชัดว่าพรรคก้าวไกลกำลังเอา “อนาคต” ของพรรคมาเป็น “เดิมพัน” อันละเอียดอ่อนและอ่อนไหวยิ่งทางการเมือง

