‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อซอฟต์เพาเวอร์ ดันเศรษกิจไทย ชงสภา ‘ร่าง กม.ทักก้า’ กลางปี 67

15.11.23 | 18:55 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อซอฟต์เพาเวอร์ ผลักดันเศรษกิจไทยให้ดีขึ้น คาด พ.ร.บ.ทักก้า ส่งสภากลางปี 67 ชูนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ พาประชาชนก้าวข้ามความจน

เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่แกรนด์ฮอลล์ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้บรรยายพิเศษ หัวข้อ Soft Power The Great Challenger ในงานสัมมนา THAILAND 2024 : beyond RED OCEAN จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ทั้งนี้ มีนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาวของ น.ส.แพทองธาร มาร่วมงานด้วย

โดย น.ส.แพทองธารเปิดเผยว่า ก่อนอื่นคือคำว่าซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) นั้น หลังจากช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดตั้งเรียบร้อย คนพูดถึงกันเยอะ ทั้งคำนิยาม เหตุผลที่จะทำ และรูปแบบที่จะดำเนินการ

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า สำหรับซอฟต์เพาเวอร์ในมุมของรัฐบาล มองว่าเป็นอำนาจหนึ่งที่จะโอบรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้ โดยไม่มีการบีบบังคับ อาทิ แบรนด์แอปเปิล หรือไอโฟน ซึ่งมีราคาแพงขึ้นในทุกรุ่น โดยคนซื้อก็ไม่มีใครบีบบังคับ รวมถึงสินค้าอื่นด้วยที่ได้รับความนิยม หรือตัวอย่าง ลิปสติกของผู้หญิง ของไทยก็มีหลายแบรนด์ เมื่อเทียบกับแบรนด์ต่างชาติ แมค บอบบี้ บราวน์ แล้วสินค้าก็คล้ายกัน แถมราคาสูงกว่า แต่ทำไมคนยังซื้อแบรนด์ต่างชาติ เพราะเรื่องความใส่ใจแบรนด์ คุณค่าแบรนด์ตรงใจคนซื้อ จึงเกิดความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) ดังนั้น เป็นธรรมดาที่แบรนด์จะสร้างนวัตกรรม หรือเนื้อหามาโอบรับค่านิยมต่างๆ

Advertisement

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า อย่างในต่างประเทศ ซอฟต์เพาเวอร์เกิดขึ้นหลายแบบ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อก่อนคนก็นิยมใช้ของญี่ปุ่น เพราะมาตรฐานดี แต่ใน 10 ปีที่ผ่านมา มีสินค้าจากเกาหลี และจีน มาตีตลาด เครื่องใช้ไฟฟ้า โฆษณามาในรูปแบบภาพยนตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี ด้วยทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกาหลี และจีนมาอยู่ในใจคนทั่วโลก อีกตัวอย่างคือ อินเดีย ด้วยกระแสของภาพยนตร์คังคุไบ (Gangubai Kathiawadi หรือชื่อไทย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ ทำให้ภาพยนตร์ เรื่องอื่นของอินเดียได้รับความสนใจไปด้วย

“จากตัวอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้เห็นว่าพื้นที่ของซอฟต์เพาเวอร์ยังมีอยู่ สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ หากเราได้เริ่มต้นแล้ว เราต้องไม่หยุด ทั้งนี้ โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไทย คือ จะทำอย่างไรให้ต้นทุนวัฒนธรรมที่ไทยมี สร้างซอฟต์เพาเวอร์ ที่นำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้” น.ส.แพทองธารกล่าว

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ก่อนจะมีซอฟต์เพาเวอร์ได้ จะต้องมี 1.ต้นทุนทางวัฒนธรรม คือ เรื่องของการสร้างสรรค์เรื่องราวของสินค้า 2.คุณค่าทางการเมือง การปลดล็อกเป้าหมายให้เอื้อต่อการสนับสนุนการทำซอฟต์เพาเวอร์ และ 3.นโยบายการต่างประเทศ หรือการช่วยส่งออกวัฒนธรรมไปต่างประเทศ ทั้งนี้ในไทยเองก็มีการริเริ่ม สิ่งที่คล้ายกับซอฟต์เพาเวอร์ไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน เช่น โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป โครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก เป็นต้น

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนแรกที่รัฐบาลจะพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ ด้วยการจัดตั้งองค์กรไทยแลนด์ ครีเอทีฟ คอนเทนต์ เอเยนซี่ (ทักก้า) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของรัฐบาลและ ภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมเป็นอนุกรรมการที่ใช้คนที่รู้จริง อยู่กับการผลิตงานซอฟต์เพาเวอร์มาให้คำปรึกษา อาทิ อุตสาหกรรมหนังสือ ที่เล็งเห็นว่าจะนำหนังสือภาษาไทยที่โดดเด่น ควรแปลเป็นภาษาอื่นๆ ด้วย โดยขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อจัดตั้งทักก้า คาดว่าจะแล้วเสร็จและเสนอเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้ช่วงกลางปี 2567

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า รวมถึงการพัฒนาคน ผ่านการดำเนินนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ (One Family One Soft Power หรือ OFOS) ส่งเสริมการพัฒนาเพิ่มทักษะบุคลากรผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน ช่วยยกระดับรายได้ประชากรต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 16,000 บาทต่อเดือน เพื่อก้าวพ้นเส้นความยากจน จากปัจจุบันที่ประชากรมีรายได้ต่อครัวเรือน 11,200 บาทต่อเดือน

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า ปัจจุบันนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ ได้นำร่องโครงการย่อยไปแล้วคือ โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 ร้านอาหารไทย ตั้งเป้าไว้ว่าจะอบรมประชาชนที่ 7 หมื่นคน โดยมีเชฟชื่อดังเข้าร่วมเพื่อจะสร้างเชฟมาตรฐาน ด้านกีฬาก็ได้ยกระดับมวยไทย ให้มีหลักสูตรชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ไปพร้อมเข้ากับต่างประเทศได้

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการต่างประเทศเชิงรุก ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน ได้ร่วมกันรับผิดชอบดำเนินงานส่วนนี้อยู่ด้วย

“ทั้งหมดนี้เป็นภาพใหญ่ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรกับซอฟต์เพาเวอร์อยู่ ซึ่งการทำซอฟต์เพาเวอร์นั้นไม่มีหลักสูตรที่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องที่มีทางลัด หรือเร่งกระบวนการได้ แต่ตอนนี้รัฐบาลเริ่มแล้ว เอกชนก็เริ่มแล้ว ต่างประเทศเองก็พร้อมที่จะเปิดรับ ดังนั้น อยากจะบอกว่ารัฐบาลจะใช้ยุทธศาสตร์ให้ซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทยกลับมามีตัวตน และพร้อมที่จะยกระดับชีวิตของประชาชนไทยสู่สายตาคนทั้งโลกอีกครั้ง” น.ส.แพทองธารกล่าว