มท.งัดกฎห้ามใช้ปืน ลดรุนแรง-เซฟสังคม
เดินหน้าแก้ปัญหาการพกพาอาวุธปืนของประชาชนทั่วไป ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนจนทำให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนเสียชีวิต
ทั้งเหตุการณ์ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ สารวัตรแบงค์ ที่ถูกยิงในงานเลี้ยงบ้าน กำนันนก จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการพกพาอาวุธปืนทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในบริเวณงานเลี้ยงจำนวนมาก รวมทั้งเหตุการณ์ที่เยาวชนวัย 14 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้บริสุทธิ์ภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน
ขณะที่เหตุการณ์ล่าสุดคือวัยรุ่นยิงกันบริเวณหน้าโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ย่านคลองเตย ทำให้ครูสอนคอมพิวเตอร์โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงเสียชีวิต
ประเด็นเรื่องการพกพาอาวุธของประชาชนที่ดูเหมือนจะทำกันได้โดยง่ายนำมาซึ่งการก่อเหตุสลดดังกล่าว เป็นเหตุให้ภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ที่ดูแลรับผิดชอบกลไกของฝ่ายปกครองและความมั่นคง อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ต้องออกมาเดินหน้านโยบายการควบคุมดูแลการใช้อาวุธปืนในประเทศ โดยสั่งการว่า อาวุธปืนต้องขึ้นทะเบียน และคนพกพาก็ต้องมีใบอนุญาต ผิดจากนี้คือผิดกฎหมาย เพื่อจะลดจำนวนการครอบครองอาวุธปืน ลดการก่อเหตุความรุนแรงที่จะตามมา
โดยจะหารือกับอธิบดีกรมการปกครอง จากนี้ไปจะต้องไม่ให้มีการพกปืนสำหรับคนไทย และต้องมีการแก้กฎหมายให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนปืนซึ่งเป็นสาเหตุของการก่อเหตุรุนแรง
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการควบคุมอาวุธปืนในส่วนของกระทรวงมหาดไทยนั้น สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) อธิบายว่า มท.ได้มีคำสั่งมาตรการในการกำกับดูแลควบคุมการใช้อาวุธปืนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้ดำเนินการตามข้อสั่งการของอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ 1.ให้นายทะเบียนท้องที่งดการออกใบอนุญาตให้สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืนชนิดแบลงก์กัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนอื่นที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้โดยง่าย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งให้นายทะเบียนท้องที่ทราบแนวทางที่จะไม่มีนโยบายให้เพิ่มเติมผู้ได้รับใบอนุญาต สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืนรายใหม่ ทุกท้องที่ทั่วประเทศ สำหรับกรณีร้านค้าอาวุธปืนให้นายทะเบียนท้องที่งดการออกใบอนุญาตให้สั่ง หรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.2) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 2.สั่งการให้นายทะเบียนท้องที่อำเภอดำเนินการขอความร่วมมือไปยังบุคคลผู้ครอบครองแบลงก์กันหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนผู้สุจริตทุกราย ซึ่งมิได้ดำเนินการดัดแปลงแก้ไขสิ่งเทียมอาวุธปืนของตนแต่อย่างใดให้นำแบลงก์กันหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ครอบครองดังกล่าวมาแสดงและทำบันทึกต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่เพื่อเป็นการแสดงเจตนาสุจริต และขอให้ดำเนินการโดยไม่เพิ่มภาระเกินสมควรกับบุคคลเหล่านั้น
ปลัด มท.ระบุอีกว่า 3.การขอมีและใช้ซึ่งอาวุธปืนและการขอซื้อ สั่ง หรือนำเข้าซึ่งเครื่องกระสุนปืนของสมาคมกีฬายิงปืน ให้นายทะเบียนท้องที่พิจารณาออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) และใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.2) แก่สมาคมกีฬายิงปืนที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 แล้วเท่านั้น ประกอบกับผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 1 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 อีกทั้งเครื่องกระสุนปืนที่จะอนุญาตให้สมาคมกีฬายิงปืนซื้อ สั่งหรือนำเข้าได้นั้น เครื่องกระสุนปืนจะต้องเป็นชนิดและขนาดที่สอดคล้องกับอาวุธปืนที่ปรากฏตามใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ของสมาคมกีฬายิงปืน มีความสอดคล้องเหมาะสมกับจำนวนเครื่องกระสุนปืนที่ จะอนุญาตให้สมาคมยิงปืนซื้อ สั่งหรือนำเข้าได้นั้น ให้พิจารณาข้อเท็จจริงตามสภาพความต้องการของแต่ละพื้นที่ตลอดจนศักยภาพพื้นที่ในการจัดเก็บอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน
และในกรณีที่นายทะเบียนท้องที่จะพิจารณาออกใบอนุญาตให้สั่ง หรือนำเข้าซึ่งเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.6) ชนิดเครื่องกระสุนปืนสั้นจะต้องถือปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 108/2535 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2535 เรื่อง จำกัดการออกใบอนุญาตให้บุคคลสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนบางชนิด คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 วันที่ 10 ตุลาคม 2490 เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ประกอบคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 754/2494 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2494 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งที่ 674/2490 เรื่อง ระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ด้วย และ 4.การออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) ในอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด (ในเขตจังหวัด) ให้งดการออกใบอนุญาตดังกล่าวไว้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป มาตรการควบคุมอาวุธปืนของกระทรวงมหาดไทย ทุกจังหวัดเดินหน้าปฏิบัติตามคำสั่งการในทันที
นอกจากนี้ยังต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อให้มาตรการการควบคุมอาวุธปืนเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามที่ประชาชนและสังคมคาดหวัง

