หน้าแรก การเมือง เพิ่มหลักเกณฑ...

เพิ่มหลักเกณฑ์รับขรก.ใหม่ เน้นดูจิตสำนึก รักชาติ มีจริยธรรม รับรองความสามารถแทนใบปริญญา

17.11.23 | 14:05 น.

‘อนุทิน’ มอบโยบาย 4 กระทรวง ย้ำสร้างคนคุณภาพ สั่งเพิ่มหลักเกณฑ์รับ ขรก.ใหม่ เน้นดูจิตสำนึก รักชาติ มีจริยธรรม

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมลงนามในบันทึกข้อตกลง ‘ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย’ ระหว่าง 4 กระทรวง 1 องค์การมหาชน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพองค์กร (มหาชน) โดยมีผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการของทั้ง 4 กระทรวงเข้าร่วมในการประชุม

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ 4 กระทรวงภายใต้การกำกับดูแลของตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้มาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ซึ่งตนอยากทั้ง 4 กระทรวง ให้มีเป้าหมายเจตนารมณ์และภารกิจร่วมกันคือการพัฒนาคนและพัฒนาชาติ สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศ ฉะนั้น ในเมื่อเราได้กำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน เราจึงต้องสร้างความมั่นคงต่ออนาคตของประเทศไทย รวมถึงอนาคตเยาวชนลูกหลาน

“ผมอยากเห็นทั้ง 4 กระทรวงดำเนินนโยบายด้วยความสอดประสาน ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เริ่มจาก ศธ. ที่ต้องปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเด็กๆ ขณะที่ อว. ที่เป็นมันสมองของประเทศ ต้องเน้นพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัยและนวัตกรรม ส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการทำงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงแรงงาน ที่ดูแลสวัสดิการให้ประชาชน โดยมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพฯ ที่เป็นองค์กรมหาชน ในการพัฒนาทักษะและรับรองความสามารถฝีมือให้กับแรงงาน” นายอนุทินกล่าว

Advertisement

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตนขอมอบนโยบายใหม่ ที่อยากขอให้กระทรวงแรงงานและสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ที่ต้องเกิดขึ้นให้ได้ เพราะบางคนอาจจะไม่โชคดีในการได้รับการศึกษา ได้รับปริญญา แต่ถ้าเขามีความสามารถเชี่ยวชาญในทักษะส่วนตัว มีพรสวรรค์ที่เขาสามารถสร้างอาชีพได้ เราอยากให้ทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และกระทรวงแรงงาน หรือแม้แต่ ศธ.และ อว.ให้การรับรองความสามารถเฉพาะทางของพวกเขา แทนใบปริญญาบัตร ซึ่งเขาสามารถนำการรับรองนี้ไปสมัครงานประกอบอาชีพที่สุจริตได้

“โดยภาพใหญ่มี มท.ที่ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนและชุมชนเข้มแข็ง แข่งขันได้เต็มศักยภาพ ด้วยการทำงานที่ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ทั้งหมดนี้เป็นภารกิจการพัฒนาคนพัฒนาชาติร่วมกัน วันนี้จะเป็นการตอกย้ำร่วมกันว่า ความมีคุณภาพของคน ไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถมีรายได้เท่านั้นแต่จะต้องมีคุณภาพวงจรคือ สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตดี มีจริยธรรม มีจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ

ซึ่งเป้าหมายของเราคือการสร้างคนที่มีคุณภาพและเป็นคนดีของสังคม เหตุที่ทั้ง 4 กระทรวง ลงนามข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม และประชาชน ผมในฐานะที่กำกับดูแล ได้มอบนโยบายว่า ในการพิจารณาคนเข้ารับราชการ ขอให้ทั้ง 4 กระทรวง เพิ่มหลักเกณฑ์การสัมภาษณ์ โดยพิจารณาเรื่องจิตสำนึกเรื่องการรักชาติ รักประเทศ รักประชาชน มีจริยธรรมและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเชื่อว่า หากขาดสิ่งเหล่านี้ข้าราชการของประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนในสังคมไม่ได้” นายอนุทินกล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า ความร่วมมือ 4 กระทรวงครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญต่อรัฐบาลในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งประเทศให้มีความพร้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างดี โดยเฉพาะภาคราชการที่ผู้เข้ารับราชการนอกจากจะมีความรู้ ความสามารถแล้วต้องมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังจากการลงนามความตกลงในวันนี้ ก็จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมีปลัดทั้ง 4 กระทรวงเข้ามาร่วมกันทำงาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงปลายน้ำ ซึ่งผู้ที่จำเป็นข้าราชการจะต้องมีการสอบภาค ก.พ.มาแล้ว จากนั้นก็จะต้องสอบสัมภาษณ์ ซึ่งในตรงนี้เราอาจจะมีข้อสอบสัมภาษณ์ ถึงความเป็นพลเมืองไทย ว่าคุณจะมาเป็นข้าราชการไทยนั้น คุณทราบประวัติศาสตร์ชาติไทยมากน้อยเพียงใด

“ส่วนบทบาทของกระทรวงแรงงานก็จะมีการสร้างเสริมการปลูกจิตสำนึกให้กับคนไทยที่จะไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งเราอาจจะใช้คำว่าซอฟต์เพาเวอร์มากกว่า เช่น การใช้อัตลักษณ์ของประเทศไทย รอยยิ้มที่สวยงาม วัฒนธรรมประเพณีไทย รวมถึงอาหารของประเทศไทย ไปขยายในต่างประเทศ เช่น ผัดกะเพรา ส้มตำ แกงเขียวหวาน หรือสิ่งใดที่เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เพื่อขายความเป็นไทยให้กับนายจ้าง ให้กับเพื่อนคนงานต่างประเทศให้รับทราบถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทย” นายพิพัฒน์กล่าว