‘สมศักดิ์’ ควง ‘อนุชา’ ลุยสุโขทัย ติดตามเลี้ยงวัวนำร่อง 1 พันครอบครัว ปลื้มโครงการสำเร็จ ออกลูกแล้ว 93% เดินหน้าโครงการเลี้ยงวัวพรีเมียมต่อ 400 ครอบครัว ดึงเอกชน ทำเอ็มโอยูคอนแทร็กฟาร์มมิ่ง รับซื้อลูกวัวชน ตัวละ 2 หมื่นบาท การันตีมีเงินใช้หนี้ เล็ง ต่อยอดส่งเสริมเลี้ยงปูไข่เพิ่ม
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการมอบนโยบายให้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน พร้อมติดตามผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโค นำร่องจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ส.ส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นายกฤษณ์พีรัช คมสุรศิษฐ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เข้าร่วม ที่จังหวัดสุโขทัย
โดยนายกฤษณ์พีรัชกล่าวรายงานว่า โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนำร่องในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ได้มีกองทุนหมู่บ้าน เข้าร่วมโครงการ 159 กองทุน จำนวนสมาชิก 1,000 ครอบครัว ให้กู้ยืมครอบครัวละ 5 หมื่นบาท เพื่อซื้อวัวครอบครัวละ 2 ตัว รวมเป็น 2,000 ตัว ซึ่งผ่านมา 1 ปี มีผลผลิตลูกโค จำนวน 1,860 ตัว คิดเป็น 93% รวมถึงยังมีแม่พันธุ์โค อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 50 ตัว กำลังตั้งท้องอีกด้วย จึงนับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
ขณะที่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของโครงการ ถือว่ากองทุนหมู่บ้านฯเริ่มประสบความสำเร็จ โดยตนได้เริ่มนำร่องเลี้ยงโค จำนวน 200 ครอบครัว โดยหาทุนจากภาคเอกชนมาให้ประชาชนเลี้ยง ซึ่งผ่านมา 3 ปี 9 เดือน จากเริ่มเลี้ยง 2 ตัว ปัจจุบันมีวัวถึง 9 ตัวแล้ว โดยเมื่อเห็นผล ตนจึงได้หารือกับนายอนุชา ขณะกำกับดูแลกองทุนหมู่บ้าน เพื่อช่วยกันทำโครงการนำร่อง 1,000 ครอบครัวขึ้น ซึ่งเมื่อเห็นผลการดำเนินงาน ก็มองว่าควรเดินหน้าส่งเสริมอาชีพต่อ แต่จะไม่ให้เลี้ยงแบบธรรมดาเหมือนโครงการนำร่อง เพราะตนจะส่งเสริมการเลี้ยงแบบพรีเมียม อย่างวัวโกเบ ทาจิมะ หรือวัวกีฬา เพราะวัวชนมีราคาที่สูง อย่างวัวชนสายพันธุ์ดี อายุ 2 ขวบ มีราคาถึง 5-7 หมื่นบาท
“โครงการที่ผมจะผลักดันต่อคือ เลี้ยงวัวพรีเมียม โดยเน้นการเลี้ยงวัวกีฬา ซึ่งโครงการนำร่องนี้ ได้ผ่านคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านฯแล้ว ให้กู้ยืม 50,000 บาท จำนวน 400 ครอบครัว โดยจะมีการทำคอนแทร็กฟาร์มมิ่ง ให้ภาคเอกชนรับซื้อลูกวัวชนตัวผู้ อายุ 1 ขวบ-1 ขวบครึ่ง ในราคา 2 หมื่นบาท ซึ่งกรมปศุสัตว์จะช่วยคัดเลือกแม่พันธุ์ให้ โดยหากได้สายพันธุ์ที่ดี ผมมั่นใจว่าจะมีราคาสูงกว่า 2 หมื่นแน่นอน ดังนั้น โครงการนี้คนเลี้ยงจะมีผู้รับซื้ออย่างแน่นอน และการันตีราคาไว้อย่างชัดเจน จะทำให้สมาชิกกองทุนมีเงินใช้หนี้ และดูแลครอบครัวได้” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า หลังผลักดันการเลี้ยงโคแล้ว ตนก็จะส่งเสริมการเลี้ยงปูไข่ เพราะมองว่าน่าส่งเสริม เนื่องจากปูไข่ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 4 เดือน จะโตเต็มที่ 2 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งจะมีราคาถึงกิโลกรัมละ 600 บาท จึงน่าส่งเสริมเป็นอีกอาชีพ เพราะกองทุนหมู่บ้านต้องช่วยส่งเสริมให้สมาชิกหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ ด้วยโครงการที่เป็นประโยชน์ อย่างโครงการนำร่องเลี้ยงวัว 1,000 ครอบครัว โดยต้องขอขอบคุณนายอนุชา ที่กล้าหาญขับเคลื่อนจนสมาชิกได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก
ด้าน นายอนุชากล่าวว่า ตนได้มีโอกาสลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อตรวจเยี่ยมผู้เลี้ยงวัว ซึ่งปัจจุบันมีวัวถึง 50 ตัว หากคิดตัวละ 3 หมื่นบาท จะมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านบาท ทำให้ตนได้เห็นว่าการเลี้ยงวัว ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหลานคนรวย แต่ก็สามารถมีเงินเลี้ยงชีพและใช้หนี้ได้ ทำให้ตนสนใจการเลี้ยงวัว จึงได้ศึกษาโครงการเลี้ยงวัวนำร่องของนายสมศักดิ์ พบว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก จึงนำมาสานต่อ เพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯหลุดพ้นจากหนี้สินและความยากจน ซึ่งโครงการที่ตนนำมาสานต่อ จำนวน 1,000 ครอบครัว ขณะนี้วัวออกลูกเกือบครบทุกครอบครัวแล้ว ทำให้แต่ละครอบครัวได้จับเงินแสนแล้ว
นายสมบูรณ์ นิรุตติเมธี หรือทนายต๋อย ผู้บริหารสนามกีฬาชนโคทุ่งทะเลหลวงสุโขทัย กล่าวว่า การทำคอนแทร็กฟาร์มมิ่ง ตนจะคัดวัวดีจากภาคใต้ เข้าโครงการนี้ 400 ครอบครัว จำนวน 800 ตัว โดยจะการันตีว่า แม่พันธุ์จะผสมจนติดลูก ซึ่งหากเป็นหมัน สามารถเปลี่ยนได้ทันที รวมถึงเมื่อลูกวัวชนตัวผู้ อายุ 1 ปี จะรับซื้อในราคา 2 หมื่นบาท ดังนั้น สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ จะไม่ทันได้เสียดอกเบี้ย ก็สามารถใช้หนี้ได้หมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการมอบนโยบาย ได้มีการทำเอ็มโอยู ระหว่างกองทุนหมู่บ้านกับนายสมบูรณ์ นิรุตติเมธี หรือทนายต๋อย ผู้บริหารสนามกีฬาชนโคทุ่งทะเลหลวงสุโขทัย เพื่อทำสัญญาการรับซื้อลูกวัวชน จากผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นการการันตีว่ามีผู้รับซื้อลูกวัวชนอย่างแน่นอน
จากนั้น นายสมศักดิ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ต่ออีก 3 จุด คือ ที่วัดศรีคีรีสุวรรณาราม ต.คีรีมาศ อ.คีรีมาศ ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านคลองปลายนา ต.บ้านสวน อ.เมือง และที่ทำการกองทุนหมู่บ้านชุมแสง ต.เกาะตาเลี้ยง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโคฯใน จ.สุโขทัย โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน

