แก้รัฐธรรมนูญ อีกนโยบายใหญ่รัฐบาล แม้ไม่จ่อคอหอย ให้ต้องเร่งทำ เหมือนดิจิทัลวอลเล็ต
แต่ในอนาคตข้างหน้า จะเป็นประเด็นร้อน เขย่ารัฐนาวาซอฟต์เพาเวอร์แน่นอน
เนื่องจากเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง แก้เนื้อหาสำคัญไม่ได้ มีสูงมาก และหากแก้ได้เฉพาะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหมือนชุดที่ผ่านมา ก็คงไร้ค่า ไม่มีความหมาย
แก้รัฐธรรมนูญ งานโหดหินรัฐบาล ยิ่งกว่าแจก 1 หมื่น
เนื่องจากมือไม้ลายพราง เขียนล็อกให้แก้ยากมาก ไม่ต่างจากให้ความสำคัญกับเสียงข้างน้อยเป็นพิเศษ
วาระ 1 กับ 3 ต่อให้ ส.ส.ทั้ง 500 เสียบบัตรพึ่บพั่บ 100% แต่หาก ส.ว.กดปุ่มเอาด้วยไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 คนก็จบข่าว
งานเข้าวุฒิฯ ลามทัวร์ลงเพื่อไทย
แต่อย่าพึ่งไปไกล ถึงขนาดนั้น
เอาแค่ทำประชามติยกแรก ก่อนเริ่มในกระบวนการรัฐสภา ก็สาหัสแล้ว
หลายต่อหลายท่าน ไม่มั่นใจว่าจะผ่านได้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ประชามติฯกำหนดให้ต้องได้เสียงข้างมากสองชั้น
1.ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นจำนวนเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด และ 2.ต้องมีจำนวนเสียงเห็นชอบ เกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
ก้าวข้ามบันไดขั้น 1 ไม่ได้ ล่มทันที
วันนี้มีความพยายามปลดล็อก แก้กฎหมายประชามติ เอาให้เหลือแค่บันไดขั้น 2 พอ
ตัดข้อแรกทิ้ง
แม้ว่า พ.ร.บ.ประชามติ เป็นกฎหมายปฏิรูป ตามรัฐธรรมนูญ การรื้อต้องใช้เวทีประชุมร่วมของรัฐสภาก็ตาม
แต่ไม่ยากเท่าไหร่ ใช้เสียงแค่ครึ่ง
เหตุไม่มีเงื่อนไข บังคับให้ต้องได้เสียงหนุน ส.ว.เท่านั้น เท่านี้
แต่แม้แก้ได้ ผ่านฉลุย และใช้ประเดิม ทำประชามติ ก่อนลงมือแก้รัฐธรรมนูญ และประชาชน ผู้ออกมาใช้สิทธิ เห็นชอบ เชียร์แก้เกินกึ่งหนึ่ง
ทว่า ก็ยังต้องเผชิญวิบากกรรม ไม่สุดสิ้น
ผลของการทำประชามติ ไม่ว่าจะถล่มทลาย ท่วมท้น มันไม่ผูกพัน ให้ ส.ว. ต้องยกมือให้กับการแก้ไข
มรดกตกทอดเผด็จการ พันธนาการ ให้ต้องใช้ฉบับไดโนเสาร์ต่อไป
โทษจะตกอยู่กับใคร? หากไม่ใช่คนในกองมรดก

