‘เศรษฐา’ ห่วง หลังจีดีพีไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด ชี้เหตุใช้จ่าย-ลงทุน ยังไม่เต็มกำลัง เร่งสปีดตีตื้นปลายปี
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีสำนักงบประมาณและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปี 2566 ที่ขยายตัวได้ 1.5% ยอมรับว่ามีความเป็นห่วง เมื่อสอบถามเลขาธิการสภาพัฒน์เกี่ยวกับตัวเลขดังกล่าว ทางเลขาฯก็ตกใจ เพราะคาดว่าจะได้เห็นตัวเลขจีดีพี 2% ในไตรมาส 3 โดยมองว่าสาเหตุมาจากเรื่องการใช้จ่าย และการลงทุนที่ยังไม่เต็มกำลัง อย่างไรก็ตาม ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ยังเหลือเวลาต้องพยายามทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้น
เมื่อถามว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หนึ่งในนั้นคือโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “เราพูดกันเยอะแล้ว และคงทราบว่าขั้นตอนต่อไปเป็นอย่างไร อีกทั้งตนมีตัวเลขชัดเจน และขอไม่ตอบคำถามนี้ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าตนมีความชัดเจน และมองว่าวิกฤตยังมีความจำเป็น”
ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ ระบุว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะมีผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยอย่างไร ขึ้นอยู่กับการออกแบบโครงการด้วย แต่จากข้อมูลย้อนหลังพบว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินนั้นเหมาะสมสำหรับการพยุงเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาในช่วงที่การอุปโภคบริโภคของประชาชนลดลงอย่างรุนแรงเท่านั้น
โดยในช่วงโควิด-19 รัฐบาลขณะนั้นทำโครงการคนละครึ่ง ซึ่งมีผลต่อจีดีพีเพียง 0.4% และผลต่อเศรษฐกิจในระยะต่อมาก็จะลดน้อยลง สิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีและขยายตัวต่อเนื่องในระยะยาวคือ การปรับโครงสร้างการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร รวมทั้งการเร่งผลักดันการท่องเที่ยวและการส่งออก ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

