ขณะที่ด้านหนึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมายอมรับ “ข่าวลือ” ในเรื่องการพบ นายทักษิณ ชินวัตร ด้านหนึ่งก็ปรากฏข่าว นายชัยธวัช ตุลาธน เดินทางเข้าพบ “พุทธะอิสระ”
2 ข่าวนี้ก่อให้เกิดอาการ “ตื่นตะลึง” ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พรรคก้าวไกล
ต้องยอมรับว่าข่าวการพบระหว่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายทักษิณ ชินวัตร ได้มีการ “ปล่อย” ออกมาอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ
เป็นการปล่อยในท่ามกลางความเงียบของ นายธนาธร จึงรุ่ง เรืองกิจ และการออกมาปฏิเสธผ่าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการคณะก้าวหน้า
เป็นการปล่อยในท่ามกลางความสงสัยและการตั้งประเด็นว่าเหตุใดในการเดินทางมาของ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม จึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากพรรคก้าวไกล
ที่น่าสนใจก็คือ เป็นการตั้งข้อสงสัยจาก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นการตั้งข้อสงสัยจากมวลมหาประชาชนแห่ง กปปส. เป็นการตั้งข้อสงสัยจากบางส่วนที่อยู่ใน 250 ส.ว.
กระแสนี้ยังไม่จบสิ้นข่าวการพบ “พุทธะอิสระ” ก็ดังขึ้นมา
ข่าวการพบระหว่าง นายชัยธวัช ตุลาธน กับ “พุทธะอิสระ” เป็นการปูดออกมาจากด้านของ “พุทธะอิสระ”
ขณะที่ในด้านของ นายชัยธวัช ตุลาธน มิได้มีการแถลงแต่อย่างใด
เมื่อนำมาจัดวางอยู่ข้างกับข่าวที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมายอมรับจึงสร้างความตื่นตะลึงเป็นอย่างสูง
เกิดคำถามตรงไปยัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เกิดคำถามตรงไปยัง นายชัยธวัช ตุลาธน บนฐานที่คนแรกเคยเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ คนหลังเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล
ยิ่งแต่ละถ้อยคำจากคนที่ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่มาด้วย กันยืนยันว่ารากฐานการเติบโตทางการเมืองของพวกเขาสัมพันธ์กับความสำเร็จของ พรรคไทยรักไทย ยิ่งก่อให้เกิดคำถาม
หรือว่ากระบวนท่าของ นายชัยธวัช ตุลาธน จะเป็นบาทก้าวใหม่ในทางการเมืองอย่างน้อยเพื่อนำไปสู่ “นิรโทษกรรม”
ไม่ว่าจะท่าทีอันมาจากระดับบนของ พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะท่าทีอันมาจากระดับบนของ พรรคก้าวไกล จึงไม่เพียงสะท้อนความสัมพันธ์ หากแต่ยังมุมมองต่อความขัดแย้งมีความซับซ้อน
ซับซ้อนทั้งในเรื่อง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ถึง “ซอฟต์เพาเวอร์”
หรือว่าการประสบวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 กระทั่งการฉีกเอ็มโอยูในเดือนพฤษภาคม 2566 กำลังเป็นบทเรียนอันสำคัญ
เป็นบทเรียนทั้งต่อ พรรคเพื่อไทย เป็นบทเรียนทั้งต่อ พรรคก้าวไกล
ผ่านการออกมายอมรับของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

