ป.ป.ช.จ่อเปิดทรัพย์สิน ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ดูได้ศุกร์ 24 พ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะดำเนินการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 18 ราย กรณีรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีเข้ารับตำแหน่ง รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายป.ป.ช.
ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.การต่างประเทศ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีตรมช.กลาโหม กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566
นายประภัตร โพธสุธน อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต รมช.มหาดไทย กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต.รมช.ศึกษาธิการ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566
นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 นายหรั่ง ธุระพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรองประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตประธานกรรมการธนาคารเพื่การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ป.ป.ช.เคยเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งเดียว-ครั้งสุดท้าย ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557
ครั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2557 มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสทั้งสิ้น 128,664,535 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 654,745 บาท เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ 102,317,152 บาท
แบ่งเป็น เงินฝาก 6 บัญชี 58,967,022 บาท, เงินลงทุน 9 แห่ง 23,072,380 บาท, ที่ดิน 2 แปลง 2,284,750 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 ล้านบาท, ยานพาหนะ 4 คัน 11.8 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 4 รายการ 4,193,000 บาท
ส่วน นางนราพร จันทร์โอชา คู่สมรส มีทรัพย์สิน 26,347,382 บาท (เงินฝาก 6 บัญชี 7,977,382 บาท, ที่ดิน 3 แปลง (1 แปลงร่วมกรรมสิทธิ์กับผู้อื่น) 5,350,000 บาท, โรงเรือนฯ 2 ล้านบาท, ยานพาหนะ 1 คัน 3.5 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 1 รายการ 7,520,000 บาท)
พล.อ.ประยุทธ์แจ้งต่อ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (สมัยแรก 2557) ว่า พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา (บิดา) อายุ 89 ปี มอบเงินจำนวน 540 ล้านบาทในการขายที่ดิน (จากยอดการขาย 600 ล้านบาท) ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากเป็นบุตรชาย มีสิทธิอย่างสมบูรณ์ในการดูแลเงินจำนวนนี้ ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องของผู้รับ
โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้แบ่งเงินก้อนนี้ (600 ล้าน) ให้กับบุตรสาว 2 ราย และมอบให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงพี่น้องรายอื่น ๆ คือ นายประคัลภ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ต.ประกายเพชร จันทร์โอชา
สำหรับบริษัทรับซื้อที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ วงเงิน 600 ล้านบาท คือบริษัท 69 พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี

