สุวิทย์เตรียมชงบิ๊กตู่แปลงวิป 3 ฝ่ายเป็น ป.ย.ป. เสนอตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีลุยงาน “พีเอ็มดียู”
เมื่อวันที่ 16 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินสายพูดคุยกับองค์กรต่างๆเกี่ยวกับการตั้ง ป.ย.ป.ว่า เมื่อช่วงเช้าได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ และ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. พูดคุยถึงการทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมการปฏิรูป และได้เสนอให้เพิ่มบทบาทของวิป 3 ฝ่าย ครม. สนช. สปท. จากเดิมที่มีเพียงตัวแทนมาคุยกัน ให้เพิ่มกรรมาธิการของ สนช.และ สปท.มาร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปและสร้างความปรองดองด้วย เป็นการแปลงวิป 3 ฝ่ายเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นคณะที่ 2 ของ ป.ย.ป.ขณะที่รายชื่อรองนายกฯที่จะมานั่งใน 4 คณะย่อยของ ป.ย.ป.นั้น ยังไม่มีความชัดเจน คาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีรายชื่อปรากฏออกมา โดยนอกจากรองนายกฯแล้ว จะประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน คนที่เมื่อพูดถึงการปฏิรูปปรองดองแล้วคนส่วนใหญ่จะนึกถึง
นายสุวิทย์กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 17 มกราคม มีกำหนดการหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เพื่อหารือถึงโครงสร้างคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นการหาแนวทางว่าการสร้างความปรองดองจะผนวกรวมกับการปฏิรูปได้อย่างไร โดยเฉพาะการขับเคลื่อนคณะกรรมการที่ พล.อ.ประวิตรรับผิดชอบดูแล กับอีก 3 คณะที่เหลือ ซึ่งจะรายงานผลการหารือทั้งหมดต่อนายกฯในวันที่ 17 ม.ค.
นายสุวิทย์กล่าวต่อถึงการจัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู) โดยคาดว่าจะต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อจัดตั้งสำนักงานนี้ โดยวางโครงสร้างองค์กรให้สามารถตั้งขึ้นง่ายยุบง่าย 2 ปีต้องจบ หากรัฐบาลหน้าจะทำต่อก็สามารถทำได้ โดยจะดึงคนที่มีความรู้ความสามารถจากภายนอกเข้ามาทำงาน และต้องมีความคล่องตัว มีงบประมาณเป็นของตัวเอง เบื้องต้นจะเสนอให้ใช้ผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งยังเหลือโควต้าที่ยังไม่แต่งตั้งเข้าให้มาทำงานปฏิรูประดับบัญชาการ 10 เรื่อง แบ่งเป็น 10 ทีม โดยจะสรรหาคนที่เก่งและดีมาทำงานตรงนี้ไม่เกิน 10 คน จากนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานระดับรองลงมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยคณะทำงาน คณะทำงาน ใช้ระบบจัดจ้างพิเศษ
“บทบาทของพีเอ็มดียู คือการตรวจสอบติดตามประเมินผลการทำงานของ ป.ย.ป. ที่สำคัญคือสามารถปลดล็อกปัญหาต่างๆ ได้ โดยรายงานตรงต่อนายกฯและการทำงานจะไม่ล้ำเส้นบทบาทของรองนายกฯ เป็นหน่วยงานที่ปิดทองหลังพระ ผลงานที่ออกมาจะเป็นของรัฐบาลไม่ใช่พีเอ็มดียูเพราะเป็นเพียงเครื่องมือที่จะทำให้เกิดผล ป.ย.ป.ไม่ได้ตั้งช้า เรื่องทั้งหมดรัฐบาลได้ทำมาอย่างต่อเนื่องแต่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการ” นายสุวิทย์กล่าว

