หน้าแรก การเมือง วิโรจน์ แนะเศ...

วิโรจน์ แนะเศรษฐา รับสภาพเถอะ หลุดพูดมาแล้วฝากตร. ถามใช่คนเดียวกับที่หาเสียงไว้ไหม?

23.11.23 | 11:26 น.

“วิโรจน์” ซัด “นายกฯ” สีข้างถลอก หลังแก้ตัวไม่มีขอตำแหน่งผู้กำกับ เชื่อ พูดเอง จะบอกว่าโดนบังคับหรือโดนคุณไสยคงไม่ใช่ ถามกลับ “เศรษฐา” คนนี้ใช่เดียวคนเดียวกับที่หาเสียงหรือไม่ เตรียมกางบัญชีสมหวัง-แห้ว โยงส.ส.เพื่อไทยคนไหน เผย เปิดสภาฯกระทู้แน่

เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับผู้กำกับว่า นายกฯได้ชี้แจงหรือไม่ว่า ท่านกินอะไรไป วันก่อนถึงพูดว่า มีส.ส.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้กำกับ ซึ่งก็ชัดเจนว่า นายกฯพูดถึงการแก้หนี้นอกระบบ และมีการพูดถึงนายอำเภอ ผู้การจังหวัด

ดังนั้น ผู้กำกับจะหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้ จะเป็นผู้กำกับซีรี่ย์ หรือภาพยนตร์ไม่ได้ ต้องเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจอย่างเดียว และที่นายกฯบอกว่า มีคนขอมาเยอะ ตกลงแล้วคนที่ขอเป็นคนหรือเป็นสัมภเวสี แล้วท่านพูดกับใคร ท่านพูดในที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่

เมื่อถามว่า ในฐานะฝ่านค้านจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมมาก็ต้องตั้งกระทู้ถามในเรื่องนี้ว่า ที่นายกฯบอกว่า ที่คนขอมาเยอะเหลือเกินคือใคร เพราะท่านพูดอีกว่า มีคนผิดหวังมากกว่า สมหวัง แต่สมหวังก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยก็แสดงว่า มีการฝากกันจริง ต้องยอมรับกันตรงๆ อย่าบิดพลิ้วเลย ท่านหลุดปากพูดแล้วมาอีกวันก็มาแก้ตัว

“ท่านยอมรับสภาพเถอะ วันก่อนหน้าเป็นการสารภาพของคนเป็นนายกฯอยู่แล้ว แล้วที่ท่านเคยพูดก่อนหน้าหาเสียงที่บอกว่า จะขจัดสังคมเส้นสาย พอหลังหาเสียงก็ลืมที่นายเศรษฐาเคยพูดเอาไว้เสียงเข้ม แต่ก็ลืมหมดแล้ว ตกลงเศรษฐาก่อนหน้าที่ประชุมพรรคเพื่อไทย กับเศรษฐาที่มาพูดอีกวันคือเศรษฐาคนเดียวกัน หรือเปล่า“ นายวิโรจน์ กล่าว

Advertisement

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ก่อนที่จะเปิดสมัยประชุมก็คงจะใช้การทำงานของคณะกรรมาธิการในการจัดการก่อน พอเปิดสมัยประชุมนายกฯก็ต้องมาชี้แจง ไม่ใช่อยู่ดีๆ พอวันรุ่งขึ้นมาบอกว่า ไม่ได้หมายความแบบนั้น พูดถึงว่าความไม่ใช่คน ตนฟังแล้วจริงๆแล้ววันนั้น อยากเอายาไปทาสีข้างให้ท่าน ท่านคงจะอักเสบพอสมควร ไหนๆท่านก็สารภาพมา 80% แล้ว อีก 20% ก็พูดมาเถอะว่า ส.ส.ที่มาฝากผู้กำกับใหม่กับท่านคือใคร ฝากกี่คน จริงๆไม่ได้ยากเกินวิสัย เพราะผู้กำกับมีการโยกย้ายและมีผู้กำกับใหม่อยู่จำนวนหนึ่ง

“เดี๋ยวผมจะไปหาทางโยงว่า ผู้กำกับที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจาก พ.ต.ท.เป็น พ.ต.อ. และเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้กำกับใหม่ เป็นใคร อยู่ในจังหวัดไหน อยู่ในสถานีตำรวจใด และมีเครือข่ายความสัมพันธ์โยงใย เครือข่าย กับส.ส.คนไหน แล้วเดี๋ยวค่อยไปถามนายกฯเรียงคนว่า คนนี้อยู่ในบัญชีฝากหรือไม่ สมหวังหรือผิดหวัง” นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามว่า ถ้าดูจากคำพูดของนายกฯ ที่พูดในที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย ตามกฎหมายเราสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า จริงๆคนผิดต่อสังคมเกิดขึ้นแล้ว แต่ต้องหาหลักฐานเพิ่ม เพราะการสารภาพของผู้ต้องหายังไม่ใช่หลักฐาน ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง แต่เดี๋ยวก็รู้ เพราะผู้กำกับใหม่มีไม่กี่คน โดยเฉพาะพื้นที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยชนะ หาชื่อนามสกุลก็รู้แล้วว่า เป็นน้องคนนั้น เป็นเพื่อนคนนี้ และเรียนรุ่นเดียวกับคนนั้นคนนี้ ซึ่งตนจะทำบัญชีว่า คนไหนอยู่บัญชีสมหวังหรือบัญชีแห้ว

เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้จะทำให้นายกฯพ้นสภาพจากการเป็นนายกฯได้หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถูกตั้งคำถาม แต่คำสารภาพของผู้ต้องหาไม่ใช่หลักฐาน ซึ่งจะทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่า ต่อไปนี้จะเชื่อคำพูดอะไรจากนายกฯได้อีก เพราะเมื่อวานพูดอย่างวันนี้พูดอย่าง

เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เรียกร้องให้นายเศรษฐา ลาออก นายวิโรจน์ กล่าวว่า การเรียกร้องเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่การตัดสินใจคงต้องอยู่ที่นายกฯ แต่ตนถือโอกาสนี้ให้กำลังใจตำรวจ ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเต็มที่

“มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่บอกว่าถ้าคุณไม่วิ่ง คุณไม่หาเงินมาซื้อตำแหน่ง โอกาสที่คุณจะขึ้นเป็นผู้กำกับก็ยากเหลือทน ซึ่งเป็นคำพูดที่ทุกคนรู้ดีว่าแสดงว่าเป็นความท้อแท้ ท้อถอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ แต่พอเขามาเจออย่างนี้ คนที่ชื่อเศรษฐา พูดตอนหาเสียงว่า จะขจัดเส้นสายให้หมดไป แล้ววันนี้เมื่อเป็นนายกฯ มาพูด จะมาบอกว่าถูกบังคับ หรือว่าโดนคุณไสยหรือโดนของ เพราะพูดไปยิ้มไปและพูดด้วยตัวของตัวเอง เรื่องนี้ผมเข้าใจว่าท่านอยู่แวววงอสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์บางรายก็จะรู้สึกว่าการติดสินบน การฝาก การใช้เส้นสาย เป็นเรื่องปกติ แต่ก็หวังว่านายกฯที่ยืนยันตัวเองว่าอยากยืนอยู่ในสังคมที่ถูดต้องและทำธุรกิจมาอย่างถูดต้องตลอดจะไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ”นายวิโรจน์ กล่าว