‘ชาญชัย’ แนะ ‘เศรษฐา’ ใช้เงินที่ยึดได้จากคดีทุจริตในรอบ 20 ปี แทนกู้เงิน 5 แสนล้าน มาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จ่อตีแผ่ระดับอธิบดี ทำรัฐเสียหายนับแสนล้าน
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเสนอแนะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงแนวทางหาแหล่งเงิน มาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต คนละ 10,000 บาท แทนการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า สุ่มเสี่ยงว่าหากกู้เงินมาจะผิดรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง รวมถึง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และยังต้องรอศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลคดีอาญา ชี้ขาด จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบหรือสอบถามไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า มีคดีทุจริตและมีการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบใดบ้างที่ศาลได้ตัดสินคดีถือเป็นที่สิ้นสุดแล้วในรอบ 20 ปี
ซึ่งความผิดดังกล่าวข้อมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ปปง.ปี 2542 มาตรา 3 (5) หากสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์นำเงินเหล่านี้มาใช้ในโครงการก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ มากกว่าการที่จะไปสร้างหนี้ให้ประเทศ
“เชื่อว่าหากนายกรัฐมนตรีดำเนินการตามที่เสนอจะสามารถรวบรวมตัวเลขได้มากกว่า 5 แสนล้านบาท และถ้ากล้าทำจริงอาจได้เงินมากถึง 1 ล้านล้านบาท จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีไปเอาเงินที่โจรปล้นแผ่นดินตลอด 20 ปี มาใช้แก้ปัญหาความยากจนของประชาชนที่มีต้นเหตุมาจากการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงของข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองทุกระดับ” นายชาญชัยกล่าว
นายชาญชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนเคยศึกษาและทำคดีตัวอย่างให้รัฐบาลอายัดทรัพย์ในคดีโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านจังหวัดสมุทรปราการ มูลค่า 9,058 ล้านบาท เข้าข่ายความผิดฐานทุจริตในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ที่ศาลฎีกาตัดสินแล้วว่ามีความผิดก่อให้เกิดความเสียหาย แต่กลับไม่มีการบังคับคดีตามกฎหมายให้เกิดการอายัดทรัพย์ ตามความผิดของกฎหมาย ปปง. จึงนำคดีเข้าตามมูลฐานความผิดการฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. ส่งเรื่องฟ้องศาลต่อมาศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาให้อายัดทรัพย์ผู้ทำความผิด แม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาให้ชำระเงิน 9,058 ล้านบาทก็ตาม
นายชาญชัยกล่าวด้วยว่า สัปดาห์หน้าตนเตรียมแถลงตีแผ่ และทำหนังสือถึงนายเศษฐา ในฐานะ รมว.คลัง ว่ามีคนใกล้ตัวทำงานอยู่ในกระทรวง เป็นเจ้าหน้าที่ระดับอธิบดี มีประวัติทำผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่ทำให้รัฐเสียหายนับแสนล้านบาทด้วย

