‘ธรรมนัส’ เตรียมบินเยือนจีน ลงนามฯ 3 ฉบับ กลางเดือน ธ.ค.นี้ พร้อมจะเปิดตลาดสินค้าด้านการเกษตร เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ว่า การหารือในครั้งนี้ ฝ่ายไทยและฝ่ายจีนได้หารือถึงกำหนดการเดินทางเยือนจีน ของผมในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2566 เพื่อลงนามในความตกลงระหว่างไทยและจีนทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ 1.พิธีสารผลิตภัณฑ์จากผึ้ง 2.ต้นสนใบพาย และ 3.ความตกลงในการแก้ไขพิธีสารสัตว์ปีก รวมทั้งการเดินทางไปต้อนรับขบวนรถไฟขนส่งสินค้าเกษตร ซึ่งจะเดินทางไทยไปยังนครเฉิงตู โดยฝ่ายจีนเห็นว่าทั้งสองกิจกรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร และยินดีให้การสนับสนุนโดยจะแจ้งให้รัฐบาลจีนทราบต่อไป
นอกจากนี้ ในส่วนของความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตรที่ฝ่ายจีนเชี่ยวชาญ การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ซึ่งฝ่ายไทยแสดงความสนใจด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีความต้านทานโรค เทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์ม สำหรับการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร และฝ่ายจีนได้รายงานถึงความก้าวหน้าการขอเปิดตลาดโคมีชีวิต การผลักดันการนำเข้าสินค้า ณ ด่านท่าเรือกวนเหล่ย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า โดยฝ่ายจีนรับสินค้าเกษตรจากไทยอีกเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ฝ่ายไทยมีสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐานอีกหลายชนิด ทั้งสินค้าพืช ประมง ปศุสัตว์ ที่พร้อมจะเปิดตลาดเข้าสู่จีน รวมถึงนักลงทุนของจีนได้มาลงทุนในไทยครอบคลุมในทุกสาขาและมีแนวโน้มเติบโตขึ้น ทั้งสองฝ่ายจึงได้เห็นพ้องที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจทั้งสองฝ่ายได้ร่วมมือกันโดยเฉพาะในด้านผลิตภัณฑ์ยางพารา
ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับ 1 ของไทย ในระหว่างปี 2563-2565 มีสัดส่วนสินค้าเกษตร 20.70% ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรกับโลก โดยในปี 2563 มีมูลค่าสินค้าเกษตร 310,785 ล้านบาท และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2564 และ 2565 เป็นมูลค่า 447,403 ล้านบาท และ 498,694 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 418,916 ล้านบาท โดยมีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 26.67% ต่อปี ซึ่งฝ่ายไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับสาธารณรัฐประชาชนจีนมาโดยตลอด


