‘สายสีชมพู’ เปิดทดลอง นั่งฟรีตลอดสาย ก่อนเก็บค่าโดยสารต้นปีหน้า

25.11.23 | 10:22 น.

คมนาคมแย้มข่าวดี เคาะเปิดทดลองนั่งฟรีสายสีชมพู ข้ามปี จ่อเก็บค่าโดยสาร 3 ม.ค.67

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับดูแลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินการเจรจาร่วมกับ และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (เอ็นบีเอ็ม) ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ซึ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะขยายระยะที่เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู (MRT สายสีชมพู) ฟรีตลอดสายครบทั้ง 30 สถานี รวมถึงเปิดให้บริการจอดรถฟรี บริเวณชั้น 1 ของอาคารจอดแล้วจรที่สถานีมีนบุรี ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2567 เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขส่งท้ายปีให้แก่ประชาชน และจากนั้นจึงจะเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

นายสุริยะกล่าวว่า มีประชาชนให้ความสนใจและตื่นตัวในการมาทดลองใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้มาใช้บริการในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 รวมจำนวน 50,910 คน-เที่ยว (ให้บริการช่วงเวลา 15.00-20.00 น.) และมีผู้มาใช้บริการในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 รวมจำนวน 98,262 คน-เที่ยว (ให้บริการช่วงเวลา 06.00-20.00 น.) สะสมสองวันมีผู้ใช้บริการรวม 149,172 คน-เที่ยว ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่สะท้อนถึงความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของคนไทย หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้นยิ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ขนส่งผู้โดยสารได้คราวละมากๆ และใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ก็จะช่วยบรรเทาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกไปได้โดยปริยาย

นอกจากนี้ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนยังช่วยให้ประชาชนสามารถควบคุมเวลา วางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น ได้รับทั้งความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย Quick Win “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน” ที่มุ่งยกระดับความสุขของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัย การให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากล และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ด้าน นายสุรพงษ์กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีชมพู เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ที่วิ่งให้บริการในเส้นทางแคราย-มีนบุรี รวมระยะทางประมาณ 34.5 กิโลเมตร มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 17,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง ด้วยขนาด 4 ตู้ต่อขบวน โดยจะใช้ขบวนรถไฟฟ้าวิ่งให้บริการในระบบ และขบวนสำรองรวมทั้งสิ้น 42 ขบวน มีจุดเด่นในการทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนระบบรอง เพราะมีสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักมากถึง 5 สถานี ได้แก่ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) สถานีหลักสี่ เชื่อมต่อกับรถไฟชานเมือง สายธานีรัถยา สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัชรพล เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคต และสถานีมีนบุรี เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม

Advertisement

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า จึงสามารถขนส่งผู้โดยสารจากพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร เข้าสู่รถไฟฟ้าสายหลักที่วิ่งให้บริการในพื้นที่ใจกลางเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2567 เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเชิงพาณิชย์ ด้วยอัตราค่าโดยสาร 15-45 บาท

นอกจากนี้ ยังมีอาคารจอดแล้วจรให้บริการ 1 แห่ง ใกล้กับสถานีมีนบุรี ขนาด 3 ชั้น สามารถรองรับรถยนต์ได้ 3,025 คัน โดยมีพื้นที่จอดรถสำหรับผู้พิการ และพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำ ห้องน้ำผู้พิการ บันไดหนีไฟ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ฯลฯ ไว้ให้บริการอย่างครบครัน ซึ่งผู้ใช้บริการอาคารจอดแล้วจรสามารถใช้ทางเดินเชื่อมต่อเข้าสู่สถานีมีนบุรีได้โดยสะดวก โดยตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2567 เป็นต้นไป จะเริ่มเก็บค่าบริการจอดรถในอัตรา 5 บาทต่อชั่วโมง สำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า สายสีชมพู และอัตราชั่วโมงละ 20 บาท สำหรับผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้า สายสีชมพู กรณีผู้ถือบัตรแรบบิทสามารถเลือกใช้บริการจอดรถถรายเดือนได้ในอัตรา 1,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ยกเว้นค่าบริการจอดรถให้ หากจอดรถไม่เกิน 15 นาที