‘เด็จพี่’ ไล่ ‘รังสิมันต์ โรม’ กวาดบ้านตัวเองก่อน ชี้ปัญหาคุกคามทางเพศและการตั้งผู้ช่วย ส.ส. ยังไม่เคลียร์ แนะ ‘ก้าวไกล’ เลิกหยิบประเด็นมาผูกเพื่อโจมตีทางการเมือง หวังปั่นกระแสกลบปัญหาภายในพรรคตัวเอง
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ออกมาโจมตีการแต่งตั้งตำรวจระดับผู้กำกับการ และเรียกร้องให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกว่า เรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนั้น นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจแทรกแซงและไม่เคยก้าวก่าย เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะพิจารณาตามผลงาน ตามอาวุโส สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดคือเรื่องปัญหาในพื้นที่ และปัญหายาเสพติดที่อยากให้ดูแลก็เท่านั้น
“นายกรัฐมนตรีพูดเรื่อง ‘ความ’ ไม่ใช่เรื่อง ‘คน’ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก็ออกมาปฏิเสธว่าเรื่องตั๋วไม่มีอยู่จริง จะนายกรัฐมนตรีหรือ ส.ส.คนไหนก็ไม่เคยมาฝาก การแต่งตั้งโยกย้ายต้องทำตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ และมีกรอบที่วางไว้อยู่แล้ว นายรังสิมันต์และพรรคฝ่ายค้านไม่ควรหยิบเอาประเด็นมาผูกเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งๆ ที่เรื่องไม่มีข้อเท็จจริง” นายพร้อมพงศ์กล่าว
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า แปลกใจที่นายรังสิมันต์ โรม กล้าออกมาวิจารณ์นายกรัฐมนตรี กรณีนี้ ทั้งที่ ส.ส.ภายในพรรคของตัวเองแต่งตั้งสามีเป็นผู้ช่วย หนักไปกว่านั้น ตามข่าวยังบอกว่าอาสาสมัครในทีม ส.ส.คนนั้นรับงานเอ็น จัดหาเด็กชงเหล้าปาร์ตี้ชาย-หญิงอีก นายรังสิมันต์ โรม ควรกลับไปดูแลปัดกวาดบ้านตัวเองก่อนจะดีกว่า โดยเฉพาะปัญหาคุกคามทางเพศที่ภายในพรรคของนายรังสิมันต์เองยังอุ่นๆ อยู่ เรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยก็ตามมาติดๆ นายรังสิมันต์ก็ยังมีเวลามาแซะมาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นได้อีก เหมือนว่าสิ่งที่นายรังสิมันต์กำลังทำหรือจุดประเด็นอยู่ก็เพื่อกลบข่าว หรือเบี่ยงประเด็นเรื่องภายในบ้านตัวเองเท่านั้นหรือไม่
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นายรังสิมันต์ออกมาบอกว่าพรรคของตนเองไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ และจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเมือง โดยจะไม่อยู่เฉยในเรื่องดังกล่าวนั้น ก็รอดูอยู่ว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า ตนไม่อยากให้นายรังสิมันต์ และพรรคฝ่ายค้านหยิบทุกเรื่องยกทุกอย่างมาเป็นประเด็นเพื่อสร้างคะแนน ถึงแม้นายรังสิมันต์จะปฏิเสธว่าการเลือกตั้งยังอีกไกล และปฏิเสธว่าเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ออกมาพูดก็ไม่ใช่เรื่องการเมืองนั้น แต่ประชาชนทั่วไปมองเห็นว่านายรังสิมันต์และพรรคฝ่ายค้านกลับเอาทุกเรื่อง แซะทุกดอกมาตลอด
“นายรังสิมันต์ควรตั้งใจทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา อย่าทำหน้าที่ฝ่ายแค้นนอกสภา เพราะเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ออกมาปฏิเสธแล้ว ผบ.ตร.ก็ยืนยันการทำหน้าที่ออกมาตอบแล้ว นายรังสิมันต์ก็ควรจะจบ จึงอยากให้นายรังสิมันต์เอาเวลาที่มีไปทำประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชน หรือกลับไปแก้ปัญหาภายในพรรคตัวเองจะดีกว่า ในยามนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อน อย่ามัวแต่เล่นการเมือง เพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทำงานบนพื้นฐานความเข้าใจ แก้ไขปัญหาตามกฎหมาย คงไม่มีเวลามาแก้มาตอบเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเช่นนี้เป็นรอบที่สองรอบที่สามหรอก” นายพร้อมพงศ์กล่าว

