หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม จ่อถ...

ภูมิธรรม จ่อถามกกต.3 ข้อ ‘ทำประชามติกี่ครั้ง-พ่วงเลือกตั้ง นายกอบจ.ได้หรือไม่-ใช้โซเชียลได้หรือไม่’

26.11.23 | 13:46 น.

ภูมิธรรม เผยสัปดาห์หน้าร่อนหนังสือถามกกต.3 ข้อ ‘ทำประชามติกี่ครั้ง-พ่วงเลือกตั้ง นายกอบจ.ได้หรือไม่-ใช้โซเชียลได้หรือไม่’ ย้ำ หากมีข้อโต้แย้ง โยนสภาถามศาลรธน.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญ ว่า เหลือขั้นตอนรับฟังความเห็นจาก ส.ส.และ ส.ว.ที่ได้ทำแบบสอบถามไปแล้ว และรอการหารือร่วมกันเมื่อเปิดประชุมสภาฯ คิดว่าไม่เกินกลางเดือนธันวาคมนี้ น่าจะรับฟังมาได้หมด จากนั้นจะสรุปร่วมว่าประชาชนคิดอย่างไร เห็นต่างอย่างไรและจัดทำบันทึกก่อนเสนอครม.พิจารณา

ส่วนกรณีเรื่องการศึกษาทำประชามติ ยังมีความเห็นที่แตกต่างว่าจะทำ 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง ที่เป็นปัญหาที่สำคัญต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะหากส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าไม่สามารถทำได้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายจะตกไป ความคิดเห็นที่ทำมาก็จะตกไป ดังนั้นในสัปดาห์หน้า จะลงนามหนังสือ เพื่อสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ 3 ข้อ ว่า 1.การตีความของกกต. จะมีการทำประชามติกี่ครั้ง 2.เพื่อประหยัดงบประมาณ จะสามารถจัดทำประชามติ ไปพร้อมกับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น เช่น นายก อบจ.ทั่วประเทศ ที่จะมีขึ้นในปีหน้าได้หรือไม่ และ 3.โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น หากจะใช้โซเชียลมีเดียมาร่วมลงทะเบียนได้หรือไม่ หากทำได้จะสะดวกมากขึ้น อาจทำให้การใช้จ่ายในการเลือกตั้งลดน้อยลงไปมาก

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีปัญหาเรื่องการตีความ ว่าใครมีอำนาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงมีการเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญในการตีความเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องที่นอกเหนืออำนาจของคณะกรรมการฯ จึงเสนอให้พรรคการเมืองที่อยู่ในที่ประชุม ไปปรึกษาหารือ เพื่อให้มีการเสนอผ่านสภาฯ และ ให้สภาฯ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยให้ไปหาข้อสรุปกันในสภาฯ หากมีข้อขัดแย้งสภา ก็จะเป็นผู้เสนอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความ ทั้งนี้ได้กำชับให้อนุกรรมการการศึกษาฯ ศึกษาควบคู่ขนานกันไปว่า หากจำเป็นต้องมาแก้ มาตรา 256 เพื่อเปิดช่องให้มี ส.ส.ร.ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะจากการรับฟังความเห็นถ้าเอา ส.ส.ร. เลือกตั้งบางกลุ่มวิชาชีพไม่มีโอกาส จึงน่าจะมี ส.ส.ร. ที่มาจากการสุ่มหาจากวิชาชีพต่างๆ ที่ไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไป จึงมอบให้อนุกรรมการศึกษาฯ ไปดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง