หน้าแรก การเมือง ศปปส.ร้อง กมธ...

ศปปส.ร้อง กมธ.ความมั่นคงฯ คุมพฤติกรรม ‘แอมเนสตี้’ หยุดก้าวก่ายกิจการในไทย พร้อมถามปม ‘โรม’ ตั๋วปารีส

29.11.23 | 16:24 น.

ศปปส.ร้อง กมธ.ความมั่นคงฯ คุมพฤติกรรม ‘แอมเนสตี้’ หยุดก้าวก่ายกิจการในไทย พร้อมถามปม ‘โรม’ ตั๋วปารีส

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.เวลา 15.00 น. วันที่ 29 พ.ย.ที่รัฐสภา ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงินปกป้องราชบัลลังก์ นำโดย นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธาน ศปปส. เข้ายื่นหนังสือถึงนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตือนองค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้หยุดก้าวก่ายกิจการภายในประเทศไทย

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา แอมเนสตี้ได้เข้ายื่นร้องเรียน เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีการเมืองให้ได้รับสิทธิการปล่อยตัวชั่วคราว และสิทธิในการพักโทษ หลังบางคนถูกคุมขังนานกว่า 3 ปี โดยมีนายปิยะพงษ์ วาณิช นักวิชาการสนับสนุนงานนิติบัญญัติ ฝ่ายเลขานุการ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เป็นผู้รับแทน

นายอานนท์กล่าวว่า ศปปส. และนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ ได้ติดตามแล้วเกิดความกังวลใจ และข้อสงสัยในการทำงานของแอมเนสตี้ และผู้ต้องขังที่อ้างว่าโดนละเมิดกลุ่มนี้ เพราะตลอดระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่ ปี 63 เป็นต้นมา ไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหว ในการอ้างว่า มีกลุ่มบุคคลในประเทศไทยคนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งความเป็นจริง กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าถูกละเมิดเหล่านี้ ทำผิดต่อข้อกฎหมายของประเทศไทย ที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่นมาตรา 112 มาตรา 116 และมาตราอื่นๆ ที่ละเมิดสิทธิแก่ผู้อื่นอีกด้วย

ซึ่งกลุ่มบุคคล และผู้ต้องขังที่อ้างว่าถูกละเมิดกลุ่มนี้ไม่เคยเคารพกฎหมาย พร้อมทั้งมีการละเมิดต่อผู้อื่นอีก เมื่อมีการดำเนินคดีตามกฎหมายขึ้น กลุ่มบุคคล และผู้ต้องชังคดีที่อ้างว่าถูกละเมิดเหล่านี้ ได้ออกมาเรียกร้องให้หลายองค์กรช่วยเหลือ เพื่อยกเลิก แก้ไขกฎหมายที่ตนทำผิด อีกทั้งเรียกร้องการนิรโทษกรรม

Advertisement

นายอานนท์กล่าวต่อว่า กฎหมายได้บัญญัติผู้ที่มีการกระทำความผิดไม่ว่าเยาวชน หรือผู้ใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง และมีบทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดแห่งคดีตามสมควรอยู่แล้ว เพราะในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นประชาชนธรรมดา หรือพระมหากษัตริย์ ต้องมีกฎหมายคุ้มครองเช่นเดียวกัน โดยกฎหมายทุกมาตราได้บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งมีข้อบัญญัติว่า ใครไม่สามารถทำละเมิดผู้อื่นได้

ดังนั้น ศปปส. และนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ จึงขอให้แอมเนสตี้ กลุ่มบุคคล และผู้ต้องขังคดีที่อ้างว่าถูกละเมิดเหล่านี้ หยุดการเคลื่อนไหว ในการสร้างความสับสนให้กับสังคม เคารพต่อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย และแอมเนสตี้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ควรก้าวล่วง ก้าวก่าย ต่อกฎหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ศปปส.และนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ จึงขอให้ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ไม่ควรนำเรื่องที่แอมเนสตี้เรียกร้องขึ้นมาพิจารณา เพราะควรนำเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์มาพิจารณา

นายอานนท์ ยังกล่าวทวงถามความคืบหน้าในกรณีที่ ศปปส. และนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ เคยยื่นร้องเรียนต่อ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ให้ตรวจสอบนายรังสิมันต์ กรณี ‘ตั๋วปารีส’ ด้วยว่า วันนี้เราได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตั๋วปารีสแล้วหรือยัง

ด้านนายปิยะพงษ์กล่าวว่า จะรีบดำเนินการนำหนังสือไปส่งต่อให้ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้พิจารณาต่อไป ส่วนกรณีตั๋วปารีส ถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระในการประชุม ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา และ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้มีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในการออกหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อดำเนินการตามกรอบอำนาจ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ