หน้าแรก การเมือง นราพัฒน์ ไม่ถ...

นราพัฒน์ ไม่ถอย พร้อมสู้มาดามเดียร์ ชิงหัวหน้า ปชป. วอนทุกฝ่าย จบศึกนี้พรรคต้องไม่แตก

29.11.23 | 17:18 น.

‘นราพัฒน์’ ไม่ถอย พร้อมเดินหน้าสู้ศึกชิงหัวหน้า ปชป.หลัง ‘มาดามเดียร์’ ประกาศลงแข่ง สะท้อนประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ปิดทางแก้สัดส่วนโหวต 70:30 ชี้ไม่ควรแก้เฉพาะหน้าเพื่อประโยชน์ใคร ลั่นหากชนะพร้อมดึง ‘มาดามเดียร์’ ร่วมงาน แต่ถ้าแพ้ อยู่ที่ ‘มาดามเดียร์’ จะใช้บริการหรือไม่

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคเหนือ ผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ ประกาศตัวลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ส่วนตัวยังยืนยันลงชิงหัวหน้าพรรคเช่นเดิม และเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่มีคนมาลงชิงหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ และเปิดโอกาสให้กับทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้น การที่ น.ส.วทันยามาลงชิงหัวหน้าพรรคจะทำให้ภาพดีขึ้น เท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการการเปลี่ยนแปลง และมีคนรุ่นใหม่ๆ สนใจเข้ามาร่วมบริหารและปรับปรุงพรรค และผสมผสานกับคนรุ่นเดิมๆ ได้ จึงถือเป็นภาพที่ดีและเป็นจุดแข็งของพรรคที่จะสามารถอธิบายกับพี่น้องประชาชนและสมาชิกพรรคได้ ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาสร้างมนต์ขลังอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับข้อเสนอที่ให้ลดสัดส่วนองค์ประชุม ส.ส.ที่จะใช้ในการโหวต 70 ต่อ 30 นั้น นายนราพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าผ่านไปตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้วว่าการกำหนดสัดส่วนองค์ประชุม 70 ต่อ 30 ซึ่งถูกใช้มาทุกครั้ง หากจะมายกเว้นในครั้งนี้ก็จะดูว่าเหมือนการยกเว้นเฉพาะกิจแล้วเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบางกลุ่ม จึงเห็นว่าควรต้องเป็นไปตามครรลองเดิม และหากเสียงส่วนใหญ่คิดว่าน่าจะยกเลิก เป็น 60 ต่อ 40 หรือเท่าเทียมกันหมด ก็น่าจะเป็นการเลือกตั้งในครั้งหน้าคือครั้งถัดไป เพราะเรายังมีเวลาในการที่จะปรับโครงสร้าง หรือแก้ไขข้อบังคับ หรือเขียนกฎกติกาอะไรเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย ก็ขอเป็นครั้งต่อไปที่จะทำ เพราะเรื่องนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในการประชุมครั้งที่แล้วค่อนข้างมากว่าในอดีตที่เคยทำมาให้สัดส่วนในการโหวต ส.ส. 70% แล้วเหตุใดครั้งนี้ ส.ส.ที่ได้มา 25 คน ไม่มีความหมายหรืออย่างไร แล้วจะไปลดทอนสิทธิ ส.ส.เหล่านั้นเพื่ออะไร

“ในเมื่อการเลือกครั้งที่แล้วยังให้สิทธิ ส.ส. 70 ต่อ 30 แล้วเหตุใดครั้งนี้ ส.ส.ใหม่ไม่มีสิทธิที่จะขับเคลื่อนพรรคตามที่พวกเขาต้องการหรือ ดังนั้น จึงเห็นว่าหากจะปรับหรือแก้ไขก็สามารถทำได้ แต่คงไม่ได้หมายความว่ามีกำหนดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคออกมาแล้วจะแก้กันเฉพาะกิจเฉพาะหน้า เพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าไม่เหมาะสม” นายนราพัฒน์กล่าว

นายนราพัฒน์กล่าวด้วยว่า ภายหลังการเลือกหัวหน้าพรรคแล้วก็จะต้องมีคนที่แพ้แล้วออกไป แต่เห็นว่าหากเราคิดว่าเราเป็นประชาธิปไตยจริง และพรรคเป็นประชาธิปไตยจริง ก็ควรต้องยอมรับเสียงข้างมาก และหากตนชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยาก็เป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในแผนที่ตนจะดึงมาร่วมงาน โดยให้ช่วยในเรื่องของการสื่อสารองค์กร ซึ่งถือเป็นงานที่ น.ส.วทันยาถนัดอยู่แล้ว และหาก น.ส.วทันยาชนะ ก็ขึ้นอยู่กับ น.ส.วทันยาว่าจะใช้บริการตนหรือไม่ หรือจะมีทีมอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะถือเป็นสิทธิและอำนาจของคนที่ได้รับฉันทามติจากสมาชิก

Advertisement

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหลังการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแล้วพรรคจะแตก นายนราพัฒน์กล่าวว่า อะไรจะเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง แต่ถามว่าในนามของสมาชิกพรรคและอยู่กับพรรคมานาน ไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ตนจึงเรียกร้องมาตลอดว่าพรรคจะเดินหน้าได้ต้องมีเอกภาพ เพราะฉะนั้น เราต้องมาร่วมกันสร้างเอกภาพ แพ้หรือชนะนั่นคือประชาธิปไตย เราก็ต้องมีวินัยและยอมรับมติ บางครั้งพวกเราก็ไม่ได้เห็นด้วยกับบางมติ แต่ก็ต้องมีวินัย และเคารพมติ แล้วพรรคจะเดินไปข้างหน้าได้ จากนั้นก็สื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจ แต่ถ้าต่างคนต่างคิดต่างทำ ก็ไม่มีความเป็นเอกภาพ สุดท้ายหลายคนก็ห่วงว่าพรรคจะไปไม่ได้และพรรคจะแตก ดังนั้น อยู่ที่พวกเราต้องช่วยกัน