‘เศรษฐา’ เตรียมจัด น.ศ.ดูงานซานฟรานฯ ปลุกสตาร์ตอัพตื่นจากฝันลงมือทำ ลั่น 4 ปีรัฐบาลนี้ ต้องมียูนิคอร์น
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ลานสังคีต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ร่วมวงหารือประเด็นการพัฒนาและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Start up
โดยมีการออกร้านของผู้ประกอบการรุ่นใหม่และนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย ที่ประสบความสำเร็จแล้วในเบื้องต้นในการมีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง เช่น เซรามิก, อาหาร, เครื่องดื่ม,ไอติม Homemade, เทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นต้น โดยผู้ประกอบการแต่ละร้านได้นำเสนอผลงานและแรงบันดาลใจให้นายกรัฐมนตรีได้รับฟัง

นายเศรษฐากล่าวกับนักศึกษาว่า ในโลกของการแข่งขันสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเท็จจริง หากมีความคิดที่ดีจะพูดกันตรงไปตรงมาและนำไปต่อยอด เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่ ซึ่งรัฐบาลถือเป็นหน้าที่ในการสร้างโอกาส สร้างบรรยากาศให้ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด หากมีความคิดที่ดีแล้ว ควรจะต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้โดยไม่ต้องพึ่งบริษัทใหญ่ ที่จะมาให้ทุนในลักษณะของการสงสารเห็นใจและกันเม็ดเงินให้มา แต่จะต้องเป็นการเข้ามาดูโปรดักต์ หรือผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ ว่าต่อยอดได้ เพราะในธุรกิจจะมองกันที่ผลประโยชน์และการตอบแทน ดังนั้น รัฐบาลจึงมองว่าเมื่อนักศึกษา หรือผู้ประกอบการมีความคิดที่ดี รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่พัฒนาให้ความคิดเหล่านั้นเติบโตขึ้นและสามารถเข้าหาแหล่งเงินทุนได้ เดินในอนาคต หากมีกองทุนเกิดขึ้น หรือหาเงินทุนมาให้ได้ก็จะต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่าอันนี้ดีหรือไม่ดี
“ผมรู้สึกเป็นแผลในใจ เสียดายที่บ้านเรามีประชากร 68 ล้านคน หลายคนมีความคิด มีความฝัน แต่เราไม่มียูนิคอร์นแม้แต่คนเดียว ไม่มีบริษัทไหนที่จะมองเห็นตรงนี้” นายเศรษฐากล่าว และว่า
ดังนั้น หากรัฐบาลสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ผมอยากผลักดัน ผมจะหาโอกาสพาตัวนักศึกษาที่เป็นผู้ประกอบการไปเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะจากที่เคยไปมา ที่มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด ผมเห็นแล้วขนลุก ทั้งคัตเอาต์ปากกา แม้แต่แฟ้ม เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ Apple ที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้ ซึ่งเมื่อครั้งที่ตนไปตนก็เอ่ยปากกับผู้บริหาร Apple ว่าอยากให้มาเป็นสปอนเซอร์ให้กับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยบ้าง และผมมองว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีบรรยากาศที่จะเกิดขึ้นได้
จากนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างนักศึกษากับนายเศรษฐา
โดยนักศึกษาได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มองเห็นปัญหาและให้โอกาสกับนักศึกษา พร้อมระบุว่า ยังไม่หวังไกลถึงขั้นเป็นยูนิคอร์น หากได้รับโอกาสก็ขอเป็น “โพนี่” แล้วค่อยๆ เติบโตไปเป็นยูนิคอร์นต่อไปในอนาคต
นายกฯกล่าวว่า วันนี้มาดูไอเดียเห็นแววตาทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำงานอย่างจริงจัง ขอขอบคุณคณาจารย์ทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ และเป็นความหวังที่จะให้เด็กทุกคน ตนเชื่อว่าภายในระยะเวลา 4 ปี ที่รัฐบาลนี้อยู่ ประเทศไทยต้องมียูนิคอร์น และหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องเป็นตัวกลางให้ทั่วโลกรู้ว่าไทยมีซอฟต์เพาเวอร์อะไรบ้าง
“ไอเดียที่ดีจะต้องมีตลาดก่อน ไม่ใช่อยากจะทำอะไรก็ทำ ตรงนี้มองในมุมมองของผู้ซื้อ หากตลาดไม่มีก็ไปไม่ได้ อยากทำอะไรก็ต้องคิดก่อนว่ามีตลาดหรือไม่ อย่าฝืนตลาดเพราะถ้าฝืนตลาดจะขายไม่ได้” นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีได้เดินชมกาดมั่วที่มีสินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมือง เช่น ข้าวซอย ลาบหมูคั่วน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วย่าง ข้าวเกรียบปากหม้อ ไข่ป่าม เป็นต้น


