หน้าแรก การเมือง ปธ.กมธ.ชี้งบ&...

ปธ.กมธ.ชี้งบ’67 ดีเลย์ครึ่งปี ต้องเร่งผ่าน จัดทีมฝ่ายค้านไล่ตรวจยิบ จ่อชงร่างปี’68 ประกบรบ.

30.11.23 | 12:02 น.

“กมธ.งบฯ” ถกปัญหาภัยแล้ง-งบสร้างฝาย “ณัฐพงษ์” ชี้งบฯ 67 ไร้เงินกู้ 5 แสนล้าน เหตุเงินดิจิตอล วอลเล็ต ใช้จากงบหลักไม่ได้ เผยฝ่ายนิติบัญญัติเตรียมเสนร่าง งบฯ 68 เสนอประกบคู่ร่างรัฐบาล หวังตอบโจทย์ปชช.ที่สุด

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ. ว่า กมธ.จะพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาเอลนีโญ ซึ่งงบส่วนใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาจะเป็นเกี่ยวกับการสร้างฝายเก็บน้ำในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องที่เราจะพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ และเกิดการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าสูงสุด

โดยก่อนหน้านี้ กมธ.มีการพิจารณาหลายอย่าง เช่น การประชุมของคณะอนุฯงบปี 67 ที่ได้เรียกหน่วยงานขอรับงบประมาณทั้งหมดมาชี้แจงว่า แต่ละหน่วยขออะไรบ้าง เป็นจำนวนเงินประมาณ 5.8 ล้านล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณตัดเหลือ 3.48 ล้านล้านบาท และตอนนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่กำหนดว่ากรอบงบประมาณแต่ละกระทรวง ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่เรากำลังรอคือคำของบประมาณที่ถูกอนุมัติจัดสรรในรายโครงการ โดยจะออกมาประมาณวันที่ 23 ธันวาคม และจะมีมติครม.ในวันที่ 26 ธันวาคม กมธ.ก็จะนำข้อมูลที่ได้จากหน่วยงานมาประกบกับข้อมูลจากสำนักงบฯว่า มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนหรือไม่

เมื่อถามว่า งบประมาณปี 67 ยังไม่มีส่วนที่เกี่ยวกับการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี และมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า แหล่งที่มาของเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ไม่สามารถใช้แหล่งเงินจากงบประมาณเป็นหลักได้ เพราะรัฐบาลออกข่าวมาแล้วว่า จะใช้พ.ร.บ.เงินกู้ ซึ่งทราบกันดีว่า มีปัญหาหลายอย่าง เช่น จะขัดกับพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง หรือวินัยหนี้สาธารณะหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กำลังรอคำตอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เราก็อยากได้ความชัดเจนในเรื่องนี้เช่นกัน

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่สามารถจะนำไปอภิปรายในร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ได้หรือยัง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีหลายอย่าง โดยเฉพาะระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ เช่น การประชุมกมธ.ครั้งที่แล้ว นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอเกี่ยวกับระเบียบแบ่งชั้นผู้รับเหมา ที่ค่อนข้างชี้จัดว่า ผู้รับเหมาชั้นพิเศษของกรมทางหลวงชนบทเอื้อให้เกิดการฮั้วประมูล เพราะเห็นได้ชัดว่า การประมูลของผู้รับเหมาชั้นพิเศษ มีความแตกต่างกับราคากลางเล็กน้อย ในขณะที่ผู้รับเหมารายอื่นสามารถประมูลงานได้ถูกกว่าถึง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าเกิดการฮั้วประมูล จึงได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจงและแก้ไขกฎระเบียบเหล่านี้

Advertisement

เมื่อถามว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี 67 ได้มีการหารือกับพรรคร่วมฝ่านค้านเพื่อผิดชอบหัวข้อการอภิปรายอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีแผนว่าจะเปิดเผยข้อมูลคำของบประมาณ 5.8 ล้านล้านบาท เทียบคู่กับ 3.48 ล้านล้านบาท ที่ทางสำนักงบฯจัดสรรมา ซึ่งส.ส.ทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านต้องช่วยกันตรวจสอบ เพราะสำนักงบฯเป็นผู้ถือหลักเกณฑ์เพียงผู้เดียว ในการจัดสรรงบ ซึ่งทาง กมธ.ได้เข้าไปดูงานที่สำนักงบฯแล้ว และได้คำชี้แจงกลับมาว่า หลักเกณฑ์ต่างๆไม่ได้เป็นลักษณะระเบียบที่ให้ทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ นั่นคือ ไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ เป็นการตัดสินใจภายในสำนักงบฯทั้งหมด ดังนั้น ตนคิดว่า เป็นสิทธิ และหน้าที่ของส.ส.ทุกคนที่สามารถตั้งคำถามถึงการตัดงบประมาณว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ ก่อนที่จะให้มีการผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 67

เมื่อถามว่า ประเมินภาพรวมการใช้งบที่ผ่านมาของรัฐบาล มีความเสียหายเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า งบประมาณปี 67 เป็นปีแรกที่ดีเลย์มาครึ่งปี แน่นอนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น สามารถใช้งบไปก่อน แต่งบการลงทุนที่เป็นรายจ่ายจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถเบิกจ่ายได้เลย ซึ่งเราได้เห็นข้อถกเถียงต่างๆว่า วิธีการจ่ายงบประมาณด้วยการกู้มาแจก กับการใช้แหล่งงบประมาณไปในแง่ของการลงทุน เราคิดว่า ตัวคูณทางเศรษฐกิจของการลงทุนในโครงสร้างขั้นพื้นฐาน จะเกิดประโยชน์กับประชาชนในระยะยาวมากกว่า จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งให้ร่างพ.ร.บ.งบปี 67 ผ่านสภาฯโดยเร็ว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 68 ที่จะเข้าต่อจากพ.ร.บ.งบฯ 67 ทางกมธ.ตั้งใจจะให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 68 เป็นร่างที่ฝ่ายนิติบัญญัติเสนอประกบกับร่างของฝ่ายบริหาร ซึ่งเราได้ตัวอย่างจากหลายๆประเทศที่ใช้รูปแบบดังกล่าว จึงคิดว่าในช่วงปลายปีนี้ที่เป็นช่วงกำหนดส่งคำของบประมาณปี 68 ของทุกหน่วยงาน เราก็จะเรียกทุกหน่วยรับงบประมาณชี้แจงคำขอ แบบเดียวกับที่ทำกับงบประมาณปี 67 แต่จะแตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ทางกมธ.จะมีเวลาพิจารณาเพิ่มขึ้น และสามารถให้ข้อเสนอกับสำนักงบฯได้ว่าร่างพ.ร.บ.งบฯ ที่ส.ส.ในฐานะตัวแทนประชาชนอยากเห็นนั้นเป็นอย่างไร ส่วนขั้นตอนของร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 68 นั้น ประมาณกลางมกราคมปี 67 เป็นเดดไลน์ส่งคำของบประมาณ หลังจากนั้นสำนักงบฯจะรวบรวม เพื่อส่งให้ครม.อนุมัติ