หน้าแรก การเมือง รู้จัก easy e...

รู้จัก easy e-receipt มาตรการรับ คนอกหัก ดิจิทัลวอลเล็ต ลุ้นต่อพรบ.กู้ 5 แสนล้าน จบตรงไหน

1.12.23 | 15:34 น.

รู้จัก easy e-receipt มาตรการรับ คนอกหัก ดิจิทัลวอลเล็ต ลุ้นต่อพรบ.กู้ 5 แสนล้าน จบตรงไหน

หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศเกณฑ์ใหม่สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาทตามโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หรือการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปจำนวน 50 ล้านคน จากเดิมที่ประกาศไว้ตอนหาเสียงแจกถ้วนหน้า 54 ล้านคน ส่งผลให้ประชาชนจำนวน 4 ล้านคนถูกตัดสิทธิ เพราะเงื่อนไขไม่เข้าเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดคือ คนมีรายได้เกิน 70,000 บาท ต่อเดือน หรือมีเงินฝากมากกว่า 5 แสนบาท

แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทอดทิ้งคนกลุ่มนี้ เพราะล่าสุดกระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะจัดทำโครงการ อีซี่ อี-รีซีท (easy e-receipt) หรือชื่อโครงการเดิมคือ อี-รีฟันด์ (e-Refund) ที่ให้ประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องชำระภาษี ไปจับจ่ายใช้สอยในวงเงิน 5 หมื่นบาท กับร้านค้าที่ออกใบกำกับภาษี/ใบรับ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยจะเริ่มดำเนินการวันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2567 หรือราว 45 วัน ซึ่งสามารถนำใบกำกับภาษีดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยหากคิดบนฐานภาษี 7 หมื่นบาทต่อเดือน และได้ลดภาษี 20% ของการใช้จ่ายสูงสุด 5 หมื่นบาท เท่ากับว่าได้สิทธิลดหย่อน 1 หมื่นบาท เท่ากับเงินดิจิทัลวอลเล็ตที่แจกพอดี นอกจากนี้ โครงการอีซี่ อี- รีซีท ยังจูงใจร้านค้าในระบบภาษีเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร ที่เมื่อใครก็ตามใช้จ่ายระบบจะเก็บข้อมูลแส่งกรมสรรพากรทันที ไม่ต้องมาเก็บเอกสาร ใบเสร็จ ใบกำกับภาษีเอง ทำให้กลายเป็นระบบภาษีที่ทุกคนคาดหวัง คือง่ายกับคนที่มายื่นแบบ และเกิดประสิทธิภาพกับภาครัฐ

สรุปอีกทีเงื่อนไขสำหรับ Digital Wallet
1. ชาวไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป
2. มีรายได้ไม่เกิน 7 หมื่นบาทต่อเดือน
3. มีเงินฝากต่ำกว่า 5 แสนบาท
โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 50 ล้านคน ให้สิทธิ์ใช้ 6 เดือน ครอบคลุมการใช้จ่ายระดับอำเภอตามบัตรประชาชน
เริ่มใช้ตั้งแต่ พฤษภาคม 2567 และสิ้นสุดโครงการ ปี 2570

เงื่อนไขสำหรับอีซี่ อี-รีซีท (easy e-receipt)
1.สำหรับผู้ที่ไม่ได้เงินในโครงการ Digital Wallet 1 หมื่นบาท
2.ลดหย่อนภาษีได้ 5 หมื่นบาท ตั้งแต่เดือน มกราคม 2567
3.ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่อยู่ในฐานระบบภาษี ที่สามารถออกใบกำกับภาษีในรูปอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
4.นำใบกำกับภาษีจากการซื้อสินค้า-บริการมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้

Advertisement

โดยทั้ง 2 โครงการ คือ เติมเงินดิจิทัลวอลเล็ตและอีซี่ อี-รีซีท (easy e-receipt) จะมีเม็ดเงินมูลค่าราวๆ 6 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็นโครงการ Digital Wallet 5 แสนล้านบาท และโครงการ อีซี่ อี-รีซีท (easy e-receipt) อีก 1-2 แสนล้านบาท

แม้รัฐจะชัดเจนและยืนยันว่าจะแจกเงินดิจิทัลและจัดทำโครงการลดหย่อนภาษี แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังมีสิ่งน่ากังวล ว่าโครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องแหล่งเงินที่ใช้ เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกู้เงิน 5 แสนล้านบาทได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุดจนถึงขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่ได้ส่งคำถามเรื่องการกู้เงินไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่อย่างใด เพราะรอให้กฤษฎีกาส่งข้อห่วงใยกลับมาที่รัฐบาลก่อน เพื่อที่กระทรวงการคลังจะได้ตั้งคำถามได้ตรงประเด็น ขณะที่กฤษฎีกาก็มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ เพราะกฤษฎีกามีหน้าที่ดูแลเรื่องกฎหมาย ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

จึงต้องลุ้นกันว่า สุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไร กระทรวงการคลังจะยอมส่งเรื่องไปสอบถามเมื่อไหร่ และกฤษฎีกาจะตอบกลับว่าอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่า หากสามารถออกพ.ร.บ.กู้เงินได้ ก็จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของประเทศสูงขึ้น จาก 62.14% เป็น 65% และเมื่อหนี้สาธารณะสูงขึ้น ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ สุดท้ายแล้วอาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ!