เสียงสะท้อนลูกหนี้ รบ.สางปมกู้นอกระบบ
รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยกระดับการแก้หนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติ เริ่มเปิดฉากแล้วเมื่อ 1 ธันวาคม กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพสั่งทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ตั้งศูนย์อำนวยการเปิดลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบที่ต้องการหลุดพ้นจากดอกเบี้ยสูงลิ่ว หลุดพ้นจากการข่มขู่คุกคามจากนายทุน ตั้งศูนย์อำนวยการโดยบูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ ร่วมไกล่เกลี่ยสะสางหนี้
เมื่อเข้าสู่กระบวนการแก้หนี้แล้ว ยังมีมาตรการเสริมจากธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ อาทิ โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบโดยธนาคารออมสิน วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 5 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี
ธ.ก.ส.จัดโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยเพื่อเป็นเงินทุน วงเงินสินเชื่อไม่เกินรายละ 1 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อเดือน ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 8 ปี สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนโดย ธ.ก.ส. เพื่อสงวนรักษาที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก หรือใช้ที่ดินเป็นประกัน วงเงินสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 20 ปี
การขับเคลื่อนแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาลในครั้งนี้ มีเสียงสะท้อนออกมาจากลูกหนี้
เริ่มจาก มายด์ (สงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 44 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยใน ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เล่าถึงประสบการณ์กู้เงินนอกระบบว่า เป็นเพราะร้านเสริมสวยรายได้ไม่แน่นอนในแต่ละวัน บางวันไม่ได้ลูกค้าเลยก็มี แต่รายจ่ายมีประจำทุกเดือน ทั้งค่าเช่าร้านค่าแรงลูกจ้าง ค่าอุปกรณ์ แชมพู น้ำยาเสริมสวยต่างๆ พอมาเจอวิกฤตโควิดระบาดลูกค้ายิ่งหาย ต้องแบกภาระต้นทุนแบบเต็มๆ เงินที่เก็บไว้ถูกดึงมาใช้จนหมด แม้ตอนนี้โควิดจะคลี่คลาย แต่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ไม่มีเงินมาหมุนเวียนประจำวัน จำเป็นต้องไปหากู้เงินมาใช้จ่าย พยายามจะกู้จากธนาคารแต่ก็ไม่ผ่าน ต้องกู้หนี้นอกระบบ เริ่มต้นกู้ที่ 5,000 บาทก่อนถ้าส่งจ่ายดี เจ้าหนี้ก็จะปล่อยยอดให้กู้ได้ถึง 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยรายวันอัตราร้อยละ 20 ถือว่าสูงมาก แต่จำเป็น
เคยประสบปัญหาไม่มีเงินพอจ่ายดอกเบี้ย เคยถูกติดตามทวงหนี้ถึงทั้งที่บ้านและที่ร้าน พยายามพูดคุยขอผัดผ่อน ปะทะคารมกันบ้างก็มี แต่โชคดีไม่มีความรุนแรงอะไร แม้รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแก้หนี้นอกระบบ ยังไม่กล้าที่จะไปลงทะเบียน กลัวจะมีปัญหากับเจ้าหนี้ ที่สำคัญถ้าไปมีเรื่อง สร้างปัญหาให้กับเจ้าหนี้ ครั้งต่อไปเวลามีปัญหาต้องการเงินด่วน เจ้าหนี้ก็จะไม่ปล่อยกู้ให้อีก
แม้นโยบายนี้จะเป็นนโยบายที่ดี แต่ก็อยากให้ช่วยบอกธนาคารให้ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาให้ประชาชนรายย่อยบ้าง โดยเฉพาะคนรากหญ้าที่ไม่มีสินทรัพย์ ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีหลักค้ำประกันหรือผู้ค้ำประกัน ถ้าแก้หลักเกณฑ์ตรงนี้ได้ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างตรงจุด ประชาชนจำนวนมากได้รับประโยชน์ มายด์กล่าว
อีกรายเป็น ลูกหนี้อาชีพค้าขาย ใน อ.เมืองจ.สงขลา บอกว่า กู้หนี้นอกระบบมาใช้ในการค้าขายและเงินหมุนในครัวเรือน เจ้าหนี้ปล่อยกู้จะมีเครือข่ายจากลูกหนี้รายเดิมแนะนำกันมา เมื่อตกลงกู้เงินจะให้เขียนสัญญา เช่น หากยืม 1,000 บาท ต้องเขียนยอดเป็น 1,300-1,400 บาท พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน ส่งให้ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ เงินที่ให้ยืมสำหรับลูกค้ารายใหม่จะเริ่มต้นที่ 1,000 บาท และให้ชำระคืนเป็นรายวัน วันละ 120 บาท เป็นเวลา 14 วัน หากไม่ชำระ 1 วัน จะต้องทบยอดเป็น 2 วัน ลักษณะนี้คำนวณแล้วคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 40-60
นโยบายแก้หนี้นอกระบบด้วยการให้ลูกหนี้ไปลงทะเบียน โดยการเปิดเผยตัวเจ้าหนี้ด้วย ไม่มั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ ลูกหนี้อย่างตนยังสามารถชำระหนี้ได้ เมื่อเดือดร้อนครั้งต่อไป เจ้าหนี้รายเดิมจะยังสามารถช่วยเหลือได้อีก หากประวัติดีก็สามารถที่จะเพิ่มยอดเงินได้ด้วย
ส่วน นายเอ็ม (นามสมมุติ) เล่าว่า เป็นหนึ่งในลูกหนี้นอกระบบ เคยกู้เงินมาจำนวนหนึ่ง เสียดอกเบี้ยร้อยละ 2% ต่อวันเป็นดอกลอย หากวันไหนไม่สามารถส่งดอกได้เจ้าหนี้ก็จะส่งคนมาข่มขู่ต่างๆ นานา เพื่อให้ต้องหาเงินดอกมาส่งให้ได้ ส่วนเรื่องความรุนแรงยังไม่เคยเจอกับตัวเอง ส่วนรัฐบาลที่ประกาศแก้ปัญหาหนี้นอกระบบนั้นมองว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อลูกหนี้เอง แต่ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าทางรัฐบาลจะมีนโยบายออกมาแบบไหนต่อการแก้ปัญหาในครั้งนี้อย่างไรบ้าง
ด้าน วินรถจักรยานยนต์ ประจำสถานีขนส่งใน จ.เชียงใหม่ หนึ่งลูกหนี้ที่เวียนว่ายอยู่กับเงินกู้นอกระบบ กล่าวว่า สาเหตุกู้เพราะหมุนเงินไม่ทัน ทั้งค่าใช้จ่ายรายวัน และจ่ายหนี้ที่ไปกู้ยืมมาก่อนหน้านี้ กู้ธนาคารก็ไม่ได้เพราะไม่มีเครดิต เนื่องจากประกอบอาชีพรับจ้างรายได้ไม่แน่นอน ต้องยอมเสียดอกเบี้ยสูงร้อยละ 20 สุดท้ายต้องกู้หมุนไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักรหนี้ไม่สิ้นสุดมานานแล้ว ตอนนี้กำลังชั่งใจว่าจะไปลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบหรือไม่ เพราะใจจริงอยากปลดหนี้แต่ก็กลัวแก๊งทวงหนี้ และยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือได้จริงๆ เพราะปัญหาหนี้นอกระบบทำมาแล้วหลายรัฐบาลแต่สุดท้ายไม่สำเร็จ
ในฝั่งของเจ้าหนี้ และการทวงถามเงินนั้น นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ชาว จ.นครราชสีมา อดีตพนักงานเก็บเงินกู้ของบริษัทเงินด่วนแห่งหนึ่ง บอกว่า ทำงานเก็บดอกเบี้ยเงินกู้มาหลายปี เคยเจอลูกหนี้ไม่มีเงินจ่ายหลายครั้ง อาศัยเข้าไปพูดคุยสอบถามว่ามีกำลังจ่ายได้แค่ไหน เพราะต้องยอมรับจริงๆ ว่า ดอกเบี้ยหนี้นอกระบบสูงมาก แต่ก็เข้าใจนายทุนว่าเป็นธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่ปล่อยกู้ให้กับคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีเครดิต หรือไม่มีคนค้ำประกัน มีความเสี่ยงที่หนี้จะสูญสูงมาก จึงต้องประกันความเสี่ยงด้วยการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูง
ตอนที่ยังทำงานเก็บเงินกู้ นายทุนจะเป็นคนในพื้นที่จังหวัด เมื่อกิจการไปได้ดีก็จะขยายเครือข่ายปล่อยกู้ข้ามจังหวัด ก็เหมือนนายทุนหลายรายที่ข้ามเขตมาขยายเครือข่ายในนครราชสีมา
กลุ่มทุนเหล่านี้จะมีลูกน้องทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ซึ่งบริษัทที่เคยทำจะปล่อยกู้หลายแบบ มีทั้งแบบ ดอกลอย คิดดอกเบี้ยร้อยละ 6 บาทต่อวัน ประเภทนี้จะมีคนมากู้จำนวนมาก เพราะดอกเบี้ยจะดูเหมือนถูกแต่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยรายวัน ถ้าไม่ตัดเงินต้น ก็ต้องจ่ายดอกร้อยละ 6 บาทไปเรื่อยๆ ทุกวัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ ลดต้นแต่ไม่ลดดอกเบี้ย มีลูกหนี้หลายรายที่กู้ดอกลอยแล้วหนี้ท่วมหัวพอกพูนไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังมีปล่อยกู้ระยะสั้นแบบ 24 วัน จะคิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 20 บาทต่อวัน เป็นเงินกู้ที่จะต้องปิดบัญชีภายใน 24 วันเท่านั้น
อีกประเภทคือ แบบสัญญาเช่าซื้อทองรูปพรรณ แต่จริงๆ จะมีทั้งแบบรับเป็นเงินสด หรือจะรับเป็นทองรูปพรรณ แบบนี้ต้องปิดบัญชีภายใน 69 วัน ส่งดอกเบี้ยวันละ 100 บาทถ้ากู้เยอะ 10,000 บาทขึ้นไปก็จะคิดดอกเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 200 บาท เป็นต้น ส่วนคนที่ขอรับเป็นทองรูปพรรณไปก็ต้องมาดูราคาทองด้วยว่าอยู่ที่บาทละเท่าไร แล้วคิดดอกเบี้ยรายวันออกมาอีกที ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็จะแพงพอๆ กับรับเป็นเงินสด
บริษัทปล่อยเงินกู้ก็มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ เงินทุนหนา หรือบริษัทที่ทำงานเป็นระบบ จะต้องมีวิธีสอดส่องพฤติกรรมของพนักงานอยู่แล้ว ไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย เพราะถ้าใช้ความรุนแรง หรือประกอบธุรกิจเงินทุนสีเทา คงไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน ต้นกล่าวทิ้งท้าย
เป็นเสียงสะท้อนบางส่วนที่จะต้องรับฟัง เพื่อให้วาระชาติสางหนี้นอกระบบ บรรลุเป้าหมาย

